สบอ.16 ถกรับมือไฟป่า ตั้งเป้าพื้นที่เผาไหม้ลดลงร้อยละ 40



ปัญหาไฟป่า 2569 ยกเป็นวาระของ สบอ.16 “ผอ.กริชสยาม” ย้ำทุกคนต้องจริงจังกับการแก้ปัญหา แผน “ชิงเผา” ต้องทำเท่าที่จำเป็น ทำให้น้อยที่สุด เผยกรมอุทยานฯ ตั้งเป้าลด Burn Scar ลง 40% Hot Spot ต้องลดลงต่อเนื่อง เผยผลดำเนินการปี 2568 Hot Spot ลดลง 53% พื้นที่เผาไหม้ลด 37%



ขยับอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันก่อน กับการรับมือไฟป่า ปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง จัดกันที่ ห้องประชุมพิทักษ์ไพร อาคารพิทักษ์ไพร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 นั่งหัวโต๊ะด้วยตัวเอง จัดประชุมมอบนโยบายรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ประจำปีงบประมาณ 2569


นายสมนึก ท้าวพา ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า รายงานถึงสถานการณ์ไฟป่าในปี 2568 และแผนการรับมือปี 2569 ว่า ในปี 2568 ว่า สบอ.16 (เชียงใหม่) รับผิดชอบพื้นที่ป่าอนุรักษ์รวมทั้งสิ้น 7,824,062 ไร่ อยู่ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมากสุด 69.7% ลำพูน 10.6% ตาก 9.6% แม่ฮ่องสอน 9% และ จ.เชียงราย อีก 1.1% ผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ สบอ.16 (เชียงใหม่) เกิดจุดความร้อน (Hotspot) จำนวน 4,764 จุด ลดลง 5,489 จุด จากปี 2567 ซึ่งเกิดในพื้นที่จำนวน 10253 จุด ลดลงราว 53% ส่วนพื้นที่เผาไหม้ (Burn Scars) ปี 2568 มีพื้นที่เผาไหม้ 770,557.83 ไร่ สามารถลดพื้นที่เผาไหม้ลงจากปี 2567 ได้ 456,879.69 ไร่ หรือลดลงราว 37% จากปี 2567


สำหรับปี 2569 นี้ เป้าหมายหลักของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ็พืช กำหนดให้ลดพื้นที่เผาไหม้ลง ร้อยละ 40 จากค่าเฉลี่ย 3ปี ย้อนหลัง (2566-2568) ในปี 2569 พื้นที่เผาไหม้ไม่เกิน 707.010.6 ไร่ ส่วนจุดความร้อน เป้าหมาย ปี 2569 ตั้งไว้ไม่เกิน 8,952 จุด


การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า ปี 2569 สบอ.16(เชียงใหม่) ได้มีการจัดตั้งศูนย์สั่งการและติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน พร้อมกับให้มีการจัดตั้งศูนย์สั่งการฯ ระดับพื้นที่ป่าอนุรักษ์อีก 24 แห่ง โดยศูนย์สั่งการฯ สบอ.16 จะเชื่อมโยงข้อมูลกับ War Room ต่างๆ ทั้งของจังหวัดเชียงใหม่ (ศูนย์บัญชาการฯ ชั้น 1 อบจ.เชียงใหม่) War Room กลุ่มป่าแปลงใหญ่ และ War Room กรมอุทยานฯ พร้อมกับได้มีการสั่งการให้เตรียมพร้อมทั้งเครื่องมือ เครื่องจักร ยานพาหนะ กำลังคนซึ่งมาจากส่วนงานต่างๆ ของ สบอ.16 รวมทั้งสิ้น 1,670 นาย
ในห้วงสถานการณ์ไฟป่า กำหนดให้มีการตั้งจุดเฝ้าระวัง จำนวน 605 จุด โดยจัดตั้งในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั้ง 22 ป่า กำลังพล 1,815 นาย ซึ่งจะดำเนินการในช่วงวันที่ 1 ก.พ. ถึง 30 เม.ย. 2569 นอกจากนี้ยังวางแผนให้มีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงตามหลักวิชาการ โดยการจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า จำนวนทั้งสิ้น 7,420 กิโลเมตร และวางแผนในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงแบบมีการควบคุม หรือการชิงเผา จำนวน 5,003 แปลง 120,241.1 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 1.54 ของพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่อยู่ในการดูแลของ สบอ.16 (เชียงใหม่) รวมถึงวางแผนการลดเชื้อเพลิงในป่า ด้วยการชิงเก็บ ลดเผา โดยเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติฯ (อส.อส) ซึ่งมีแผนดำเนินการ 113 ตัน
ด้าน นายกริชสยาม คงสตรี ผอ.สบอ.16 กล่าวในที่ประชุมโดยให้ถือเป็นการมอบนโยบาย ว่า คน สบอ.16 ทุกคน ต้องจริงจังกับการจัดการปัญหาไฟป่า ให้ถือเป็นวาระของ สบอ.16 ในการจัดการไฟป่าให้มีประสิทธิภาพ สำหรับการบริหารจัดการเชื้อเพลิง ขอให้ดำเนินการเท่าที่จำเป็น ดำเนินการให้น้อยที่สุด หรืออาจเว้นไปเลยหากพิจารณาแล้วความเสี่ยงในพื้นที่ลดน้อยลงกว่าที่ประเมิน ที่สำคัญในช่วงที่จะดำเนินการต้องพิจารณาปัจจัยภายนอกให้ดี ทั้งเรื่องการระบายอากาศ คุณภาพอากาศในช่วงเวลานั้นๆ และขอย้ำว่าการดำเนินการแปลงใดก็ตาม ต้องให้เสร็จก่อนค่ำของทุกวัน ก็ให้พิจารณาจากประกาศของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ระบุชัดเจนว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด


“ขอให้ทุกอุทยานฯ ดำเนินการประชาสัมพันธ์เชิงรุก สร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ โดยเดินเข้าไปหาชาวบ้าน และให้เร่งทำ MOU กับทุก อปท. ในพื้นที่ เพื่อ อปท. จะเข้ามาสนับสนุนป่าได้อย่างเต็มที่ ส่วนแนวกันไฟขอให้ทุกส่วนที่รับผิดชอบให้เร่งรัดดำเนินการ และเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จก็ให้เร่งเบิกจ่าย ขณะนี้ทุกอุทยานฯ มีโดรนใช้แล้ว อยากให้ใช้โดรนให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยเฉพาะการลาดตระเวนโดยใช้โดรน ซึ่งจะมีประสิทธิภาพทั้งเชิงป้องกันและการตรวจจับ” นายกริชสยาม คงสตรี ผอ.สบอ.16 กล่าว.