ตำรวจ - ทหาร » (มีคลิป) ตร.ภาค 5 ทลายขบวนการพา “มือยิงตำรวจสันกำแพง” มุดช่องทางธรรมชาติหนีซุกเมียนมา แฉรับค่าจ้างรายละ 6,000 บาท

(มีคลิป) ตร.ภาค 5 ทลายขบวนการพา “มือยิงตำรวจสันกำแพง” มุดช่องทางธรรมชาติหนีซุกเมียนมา แฉรับค่าจ้างรายละ 6,000 บาท

29 มกราคม 2026
201   0

ตร.ภาค 5 ทลายขบวนการพา “มือยิงตำรวจสันกำแพง” มุดช่องทางธรรมชาติหนีซุกเมียนมา แฉรับค่าจ้างรายละ 6,000 บาท

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วยรอง ผบช.ภ.5 และผู้บังคับการในสังกัด ร่วมแถลงผลการจับกุมเครือข่ายให้ความช่วยเหลือ นายวิภาค (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน หลังก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.สันกำแพง แล้วหลบหนีไปกบดานยังประเทศเพื่อนบ้าน

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่ผ่านมา ส.ต.ต.อภิวัฒน์ มาลา เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.สันกำแพง ได้เข้าตรวจสอบชายต้องสงสัยบริเวณถนนบ้านไร่พัฒนา แต่กลับถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ 3 นัด จนเกิดการยิงต่อสู้กันก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายวิภาค จึงได้มีการออกหมายจับและระดมกำลังติดตามตัวอย่างใกล้ชิด

จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า นายวิภาคได้ติดต่อประสานงานกับเครือข่ายผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่หลบหนีอยู่ในเมืองนากองมู ประเทศเมียนมา เพื่อให้หาทางพาหลบหนีออกนอกประเทศ โดยมีการว่าจ้างกลุ่มผู้ต้องหาในฝั่งไทย 3 ราย ประกอบด้วย นายทัตเทพ (สงวนนามสกุล), นายโหย่ว (สงวนนามสกุล) และ น.ส.เอมิกา (สงวนนามสกุล) ให้ทำหน้าที่รับส่งตัวจากพื้นที่ อ.แม่แตง ไปยังชายแดนบ้านนอแล อ.ฝาง เพื่อข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้รับค่าจ้างจากการรับส่งครั้งนี้เป็นเงินรวม 12,000 บาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจาก บก.สส.ภ.5 ร่วมกับ สภ.ฝาง และ สภ.สันกำแพง สามารถติดตามรวบตัวผู้ให้การช่วยเหลือทั้ง 3 รายได้ที่บ้านพักใน ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง เมื่อคืนวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดเพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าได้พาตัวนายวิภาคไปส่งที่ชายแดนจริงก่อนจะมุดช่องทางธรรมชาติหนีไปในช่วงเย็นวันที่ 28 มกราคม

ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 5 กำลังเร่งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามจับกุมตัวนายวิภาคมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหากพบเบาะแสบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งสายด่วน 191 หรือแอปพลิเคชัน Police Care ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน.