ตำรวจ - ทหาร » รวบ “แก๊งทนายทิพย์” อัพเกรดจากวงกำถั่ว! ตุ๋นสาวนักธุรกิจ 16 ล้าน อ้างเคลียร์ที่ดิน ขู่กรรโชกเหยื่อโอนยิบ 97 ครั้ง พบประวัติแสบเสียหายรวมกว่า 30 ล้าน

รวบ “แก๊งทนายทิพย์” อัพเกรดจากวงกำถั่ว! ตุ๋นสาวนักธุรกิจ 16 ล้าน อ้างเคลียร์ที่ดิน ขู่กรรโชกเหยื่อโอนยิบ 97 ครั้ง พบประวัติแสบเสียหายรวมกว่า 30 ล้าน

29 มกราคม 2026
204   0

รวบ “แก๊งทนายทิพย์” อัพเกรดจากวงกำถั่ว! ตุ๋นสาวนักธุรกิจ 16 ล้าน อ้างเคลียร์ที่ดิน ขู่กรรโชกเหยื่อโอนยิบ 97 ครั้ง พบประวัติแสบเสียหายรวมกว่า 30 ล้าน

เชียงใหม่ – ตำรวจภาค 5 ทลายแก๊งต้มตุ๋นมือโปร เปลี่ยนสายจากพนันกำถั่วสู่ “ทนายปลอม” หลอกนักธุรกิจสาวแก้ปัญหาที่ดินแม่สะเรียง ขู่จนเหยื่อกลัวโอนเงินเกือบ 100 ครั้ง สูญเงินกว่า 16 ล้านบาท พบประวัติก่อเหตุทั่วประเทศรวมความเสียหายทะลุ 30 ล้าน

เมื่อช่วงสายวันนี้ (29 ม.ค. 2569) ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้แถลงผลการจับกุมแก๊งต้มตุ๋น “ทนายทิพย์” จำนวน 4 ราย พร้อมของกลางเป็นทรัพย์สินหลายรายการ โดยเฉพาะทองคำที่ได้จากการแปรสภาพเงินที่หลอกลวงเหยื่อมาได้ โดยจับกุมตัวได้ในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

จากการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้เดิมเป็นแก๊งพนันกำถั่วที่ตระเวนต้มตุ๋นตามบ่อนพนัน ก่อนจะอัพเกรดมาตั้งแก๊ง “ทนายทิพย์” โดยอาศัยความรู้ทางกฎหมายมาใช้ในการหลอกลวงประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ มีพฤติการณ์แสวงหาเหยื่อจากโซเชียลมีเดียที่กำลังเดือดร้อนเรื่องคดีความ

คดีล่าสุดเกิดขึ้นกับนักธุรกิจสาววัย 27 ปี ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งประสบปัญหาซื้อที่ดินใน อ.แม่สะเรียง แล้ว “ไม่ตรงปก” จึงโพสต์ขอความช่วยเหลือทางกฎหมายในสื่อสังคมออนไลน์ กลุ่มคนร้ายเห็นช่องทางจึงสวมรอยเป็นทีมทนายความอาสาเข้ามาช่วยเหลือ โดยมีการใช้จิตวิทยาและข้อกฎหมายสร้างความน่าเชื่อถือ จนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินค่าดำเนินการและค่าประกันต่างๆ ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือน ถึง 97 ครั้ง รวมเป็นเงินสูงถึง 16 ล้านบาท

ผู้เสียหายเล่าว่า นอกจากจะถูกหลอกให้โอนเงินแล้ว คนร้ายยังใช้วิธีข่มขู่ว่าหากหยุดจ่ายเงิน เงินที่โอนไปก่อนหน้านี้จะสูญเปล่าทั้งหมด และอาจถูกดำเนินคดีกลับอีกด้วย จนกระทั่งสุดท้ายไม่สามารถติดต่อกลุ่มทนายดังกล่าวได้ จึงรู้ตัวว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความ

ตำรวจระบุว่าหัวหน้าแก๊งเป็นสองสามีภรรยาชาวเพชรบูรณ์ โดยฝ่ายภรรยาถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ที่ จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่จึงขยายผลเข้าตรวจค้นและยึดทรัพย์สินที่เหลือเพื่อนำมาเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้เสียหาย พร้อมเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการจ้างวานทนายความผ่านโซเชียลมีเดีย ควรตรวจสอบใบอนุญาตว่าความจากสภาทนายความทุกครั้งเพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง.