ตำรวจ - ทหาร » กองทัพภาคที่ 3 จัดชุดลาดตระเวนป้องปรามการเผาป่าร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เตรียมสร้างฝายและป่าเปียกเพื่อความชุ่มชื้นในพื้นที่

กองทัพภาคที่ 3 จัดชุดลาดตระเวนป้องปรามการเผาป่าร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เตรียมสร้างฝายและป่าเปียกเพื่อความชุ่มชื้นในพื้นที่

10 กุมภาพันธ์ 2026
67   0

กองทัพภาคที่ 3 จัดชุดลาดตระเวนป้องปรามการเผาป่าร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เตรียมสร้างฝายและป่าเปียกเพื่อความชุ่มชื้นในพื้นที่

วันที่ 10 ก.พ.69 พล.ท. ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า พล.ท. วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3(ศปก.ปกป.ภาค 3 สน. )จัดกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการลาดตระเวนของกองพลทหารราบที่ 7 และเจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ – ปุย ลงพื้นที่รอบพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวชเพื่อลาดตระเวนป้องปรามการลักลอบเผาป่า

ในพื้นที่ล่อแหลม พร้อมสำรวจพื้นที่สร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าต้นน้ำ และชะลอน้ำในลำห้วยแม่สะรวย ลดการกัดเซาะ ดักตะกอน รวมทั้งเตรียมสร้าง “ป่าเปียก” ช่วงฤดูแล้งเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดินและพืช ลดความเสี่ยงไฟป่าในฤดูแล้งอย่างยั่งยืน ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ – ปุย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
ด้าน พ.อ.วรา อุตรพงศ์ รอง ผอ.รมน.จังหวัด ช.ม.(ท.)ได้มีหนังสือขอรับการสนับสนุนกำลังทหารพราน 1 กองร้อยจากศูนย์อำนวยการป้องกันและ

แก้ปัญหาไฟป้าหมอกควัน และฝุ่นละออง ภาค 3 (ส่วนหน้า) เพื่อลาดตระเวน ป้องปรามการลักลอบเผาป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จว.ช.ม. ห้วงวันที่ 16 ก.พ. ถึง 31 พ.ค.69 เนื่งจากพื้นที่ปาดอยสุเทพ เป็นพื้นที่กว้างครอบคลุมเขตรอบต่อ 5 อำเภอ ทั่ง อ.เมืองเชียงใหม่, อ.หางดง, อ.แม่วาง, อ.แม่ริม และ อ.สะเมิง โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณฝั่งหน้าดอยสุเทพที่ครอบคลุมพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่อ.เมืองเชียงใหม่ และ อ.แม่ริม มักเกิดสถานการณ์ไฟป้าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ทุกปี เนื่องจากเป็นพื้นพื้นที่ใกล้แหล่งชุมชนมีเส้นทางเข้า – ออก พื้นที่หลายเส้นทาง ประกอบกับเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวหลายตำบล เมื่อเกิดไฟป้าขึ้นในพื้นที่ดังกล่าวไฟป่าจะมีความรุนแรงและเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดสภาพหมอกควันปกคลุมหนาแน่นเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้มีค่าเฉลี่ยของฝุ่นละอองในอากาศสูงเกินมาตรฐานอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่.