ข่าววาไรตี้ » ศิษย์เก่าแม่โจ้ผู้สร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม รับพระราชทานโล่ศิษย์เก่าแม่โจ้ดีเด่น ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ครั้งที่ 48

ศิษย์เก่าแม่โจ้ผู้สร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม รับพระราชทานโล่ศิษย์เก่าแม่โจ้ดีเด่น ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ครั้งที่ 48

19 กุมภาพันธ์ 2026
62   0

ศิษย์เก่าแม่โจ้ผู้สร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม รับพระราชทานโล่ศิษย์เก่าแม่โจ้ดีเด่น ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ครั้งที่ 48

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.38 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ประจำปีการศึกษา 2567-2568 (ครั้งที่ 48) โดยมีบัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต จำนวน 2,804 ราย แยกเป็น ระดับบัณฑิตศึกษา (ป.โท – ป.เอก) จำนวน 140 ราย ระดับปริญญาตรี 2,661 ราย และพระดุษฎีบัณฑิต/พระมหาบัณฑิต/พระบัณฑิต จำนวน 3 รูป เข้าร่วมพิธี ณ ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

ในการนี้ ศิษย์เก่าแม่โจ้ผู้สร้างคุณประโยชน์ต่อองค์กรและสังคมประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่อง เข้ารับพระราชทานโล่ศิษย์เก่าแม่โจ้ดีเด่น ประจำปี 2568 จำนวน 8 ราย ดังนี้

1. นายธนบูรณ์ ประเสริฐสังข์ ศิษย์เก่าแม่โจ้รุ่น 49 ประธานสายปศุสัตว์ (บริษัท สหฟาร์ม จำกัด)

2. นายธีระ จันทร์แก้ว ศิษย์เก่แม่โจ้รุ่น 50 ประธานชมรมศิษย์เก่าแม่โจ้จังหวัดแพร่

3. นางฐิติพร หลาวประเสริฐ ศิษย์เก่าแม่โจ้รุ่นที่ 52 อธิบดีกรมประมง

4. นายพรชัย เทียนทอง ศิษย์เก่าแม่โจ้รุ่นที่ 53 ที่ปรึกษาด้านการสร้างและจัดหาวัตถุดิบ บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน)

5. นายเชษฐา แหล่ป้อง ศิษย์เก่าแม่โจ้รุ่น 54 รองผู้จัดการด้านบริหารหนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

6. นายสมชาย เนียมคง ศิษย์เก่าแม่โจ้รุ่น 55 ประธานบริษัท เอส ซี อะโกรเทค จำกัด

7. นายวุฒิโชติ ตันติชวาลวัฒน์ ศิษย์เก่าแม่โจ้รุ่น 58 ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟาร์มเทรดดิ้ง จำกัด

8. นายมานพ อมรอรช ศิษย์เก่าแม่โจ้รุ่น 59 เกษตรกรเจ้าของสวนนำสุข
โอกาสนี้ ได้พระราชทานพระโอวาท แก่ผู้สำเร็จการศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ความตอนหนึ่งว่า

“…ปัจจุบัน ประเทศต่าง ๆ ในโลกกำลังผชิญกับความท้าทาย ทั้งในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และความไม่แน่นอนของตลาดโลก สถานการณ์เหล่านี้ ย่อมส่งผลโดยตรงต่อภาคการเกษตรของไทยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

การที่จะแก้ไขบรรเทาปัญหาดังกล่าว คือการพัฒนาจากฐานรากตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

โดยไม่ให้เกษตรกรพึ่งพารายได้จากการเกษตรแต่เพียงอย่างเดียว หากต้องมีแนวทางอื่นด้วย

ที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ครัวเรือน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ
เพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน หากบันใช้ความรู้ความรู้ความสามารถ
ในการส่งเสริมเกษตรกรไทย ตามแนวทางดังที่กล่าว ก็เชื่อว่าจะสามารถสร้างความเจริญมั่นคงให้แก่ประเทศของเราได้อย่างแท้จริง…”.