ข่าวภาคเหนือ » (มีคลิป) เขื่อนแม่งัดฯ โชว์แผนรับมือแล้ง! แบ่งน้ำ 150 ล้าน ลบ.ม. หล่อเลี้ยงเชียงใหม่-ลำพูน

(มีคลิป) เขื่อนแม่งัดฯ โชว์แผนรับมือแล้ง! แบ่งน้ำ 150 ล้าน ลบ.ม. หล่อเลี้ยงเชียงใหม่-ลำพูน

27 กุมภาพันธ์ 2026
55   0

เชียงใหม่-เขื่อนแม่งัดฯ วางแผนส่งน้ำช่วงแล้ง 2569 ราว 150 ล้าน ลบ.ม. 70 ล้านส่งให้พื้นที่โครงการฯ อีก 80 ล้าน ลบ.ม. ส่งสนับสนุน 2 ฝั่งแม่น้ำปิงรวม 21 รอบเวร ส่งแล้ว 9 รอบเวร 2 รอบแรกน้ำปิงน้ำมาก งดส่ง ประหยัดได้ 3 ล้าน ลบ.ม. วางหลักบริหารน้ำ “ยืดหยุ่นและเหมาะสม” คาดจบรอบเวร 21 ณ วันที่ 1 มิ.ย. น้ำเขื่อนแม่งัดฯ มีอยู่ราว 49% ไม่ต่ำกว่าเส้น Lower Rule Curve น้ำอุปโภค-บริโภค ไม่ขาดแคลน

เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2569 ที่สำนักงานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัดสมบูรณ์ชล นายอัธยา อรรณพเพ็ชร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัดสมบูรณ์ชล (ผคบ.แม่งัดฯ) กล่าวถึงการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลช่วงฤดูแล้ง 2569 ว่า ช่วงแล้ง 2569 เขื่อนแม่งัดฯ ได้วางแผนการบริหารจัดการน้ำไว้ก่อนหน้านี้แล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 มีการประชุมร่วมกับกลุ่มผู้ใช้น้ำเรื่องการวางแผน รวมทั้งประสานงานกับสำนักงานชลประทานที่ 1 สำหรับเขื่อนแม่งัดฯ จะส่งน้ำให้ทั้งพื้นที่ของโครงการเขื่อนแม่งัดฯ เอง และสนับสนุนพื้นที่ตลอด 2 ฝั่งแม่น้ำปิง ทั้งเชียงใหม่และลำพูน

“การบริหารจัดการน้ำจะแบ่งน้ำเป็น 2 ก้อน ก้อนแรกสำหรับพื้นที่บริการของเขื่อนแม่งัดฯ วางแผนส่งให้ 70 ล้าน ลบ.ม. อีกก้อนปริมาณ 80 ล้าน ลบ.ม. ที่จะโรยน้ำไปสมทบกับแม่น้ำปิง ซึ่งปริมาณน้ำ 80 ล้าน ลบ.ม. นี้มีการประชุมร่วมกันทั้งจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน โดยแผนการบริหารน้ำปริมาณ 80 ล้าน ลบ.ม. จะแบ่งเป็นน้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภค 25 ล้าน ลบ.ม. คือ น้ำสำหรับการผลิตน้ำประปา อีก 55 ล้าน ลบ.ม. เป็นน้ำสำหรับการรักษาระบบนิเวศ การเกษตร และการท่องเที่ยว โดยแบ่งการส่งน้ำเป็น 21 รอบเวร เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ไปสิ้นสุดเดือนพฤษภาคม 2569 โดยรอบเวรที่ 1 และรอบเวรที่ 2 ไม่มีการส่งน้ำ เนื่องจากแม่น้ำปิงมีน้ำในปริมาณที่เพียงพอต่อการใช้งาน เขื่อนแม่งัดฯ เริ่มส่งน้ำในรอบเวรที่ 3 ปัจจุบันเป็นรอบเวรที่ 9 เข้าสู่รอบเวรที่ 10 ซึ่งขณะนี้สามารถประหยัดน้ำไปได้ราว 3 ล้าน ลบ.ม.” นายอัธยาฯ กล่าว

ผคบ.แม่งัดฯ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางในการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนแม่งัดฯ จะบริหารทั้งยืดหยุ่น และพิจารณาจากความเหมาะสม ซึ่งส่วนหนึ่งมีการวางแผนที่จะรับภัยแล้งได้ด้วย หากเกิดสถานการณ์แล้งในพื้นที่ โดยการติดตามการคาดการณ์จากกรมอุตุฯ และ สนทช. ขณะนี้ในพื้นที่ยังไม่รายงานเรื่องแล้ง อาจเป็นเพราะเมื่อวันที่ 1 มกราคม เขื่อนแม่งัดฯ มีปริมาณราว 105% ในพื้นที่ชลประทานจึงไม่มีปัญหาเรื่องภัยแล้ง แต่ก็ไม่ได้ประมาทในการบริหารจัดการน้ำ

“วางไว้ 3 มาตรการสำหรับรับมือภัยแล้ง โดยมีการเตรียมความพร้อมทั้งก่อนเกิดภัยมีการวางแผนจัดการน้ำไว้ทั้งปี ซึ่งกรมชลประทานกำหนดให้มีการวางแผนทั้งฤดูฝนทั้งฤดูแล้ง จัดสรรบริหารตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ กำหนดแผนการเพาะปลูก คาดการณ์ปริมาณน้ำฝนและน้ำที่จะไหลเข้าเขื่อน รวมถึงมีการขุดลอก ซ่อมแซมอาคารชลประทานต่างๆ และการเตรียมเครื่องสูบน้ำ ซึ่งได้ดำเนินการไปหมดแล้ว ซึ่ง ณ วันนี้โครงการฯ มีความพร้อมที่จะดำเนินการ” นายอัธยาฯ กล่าว

ผคบ.แม่งัดฯ กล่าวต่อว่า มาตรการที่ 2 หากว่าเกิดภัยแล้ง โดยนโยบายของ สทนช. จะให้ความสำคัญกับน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค เป็นหลัก การรักษาระบบนิเวศ เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมเป็นลำดับสุดท้าย มีการควบคุมการเพาะปลูกโดยขอความร่วมมือกับเกษตรนอกพื้นที่ชลประทานให้งดทำนาปรังหรือปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย ส่วนการบริหารจัดกาน้ำจะเป็นการบริหารแบบวันต่อวัน ซึ่งบริหารโดยยืดหยุ่นและเหมาะสม ทั้งเรื่องการติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด ปรับแผนการระบายน้ำ ให้เป็นไปตามสถานการณ์จริง อย่างเช่นช่วงไหนที่มีฝนหรือมีพายุก็จะลดการส่งน้ำ ส่วนมาตรการที่ 3 เป็นเรื่องของการฟื้นฟูระยะยาว โดยการเพิ่มฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำ เขื่อนแม่งัดฯ ต้นน้ำอยู่ในพื้นที่ อ.พร้าว ก็ต้องมีประสานให้มีการปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่ป่าต้นน้ำ และการเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำในมิติต่างๆ

“ตัวชี้วัด (KPI) ที่สำคัญคือ ปริมาณน้ำคงเหลือจะต้องมากกว่าเส้น Lower Rule Curve (ระดับควบคุมตอนล่าง) ซึ่งคาดการณ์ว่า ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เขื่อนแม่งัดฯ จะมีน้ำอยู่ประมาณ 49% ในพื้นที่บริการไม่มีพื้นที่ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค และพื้นที่การเกษตรไม่ได้รับความเสียหาย” นายอัธยา อรรณพเพ็ชร ผคบ.แม่งัดฯ กล่าว.