อบจ.เชียงใหม่ ทุ่มงบ 10.9 ล. จับมือมูลนิธิฯ สู้ไฟป่า-ฝุ่น PM2.5 ยกระดับสวัสดิการคุ้มครองอาสาสมัครด่านหน้า






เชียงใหม่ – องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ผนึกกำลังมูลนิธิป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันฯ เปิดยุทธการรับมือวิกฤตหมอกควัน อัดฉีดงบประมาณกว่า 10.9 ล้านบาท ปูพรมสนับสนุนอาสาสมัคร 727 หมู่บ้านเฝ้าระวัง พร้อมมอบกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองทีมดับไฟป่าเกือบ 2 หมื่นราย สร้างความเชื่อมั่นให้คนทำงานควบคู่กับการดูแลสุขภาพประชาชน








เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ อาคารหอประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และส่งมอบเงินอุดหนุนจำนวน 10,990,000 บาท ให้แก่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามวาระแห่งชาติ


นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร เปิดเผยว่า การสนับสนุนงบประมาณในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนองนโยบาย “สุขภาพดีใกล้บ้าน” โดยเน้นการป้องกันและลดมลพิษที่ต้นทางในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งครอบคลุมหมู่บ้านแนวเขตเฝ้าระวังไฟป่า 727 หมู่บ้าน ใน 24 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ งบประมาณส่วนนี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยเสริมการทำงานนอกเหนือจากงบปกติของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งหวังให้ชาวเชียงใหม่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์การบริการสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ



ทางด้าน นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวขอบคุณ อบจ.เชียงใหม่ ที่เล็งเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน โดยเงินอุดหนุนจำนวนดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังที่ทำการปกครองอำเภอทั้ง 24 แห่ง และอาสาสมัครประจำหมู่บ้านที่เป็นกำลังหลักในการเฝ้าระวังและดับไฟป่าในพื้นที่ติดป่า ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ถือเป็นผู้เสียสละที่ยังขาดแคลนงบประมาณสนับสนุนจากช่องทางปกติของทางราชการ
นอกจากพิธีลงนาม MOU แล้ว ในวันเดียวกันยังมีการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการฯ เพื่อติดตามสถานการณ์จุดความร้อน (Hotspot) อย่างใกล้ชิด โดยมีการรับมอบเงินบริจาคสมทบจากภาคเอกชนอีก 500,000 บาท รวมถึงการมอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มให้แก่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครดับไฟป่าจำนวน 19,723 ราย เพื่อเป็นสวัสดิการคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ผู้ปฏิบัติงานด่านหน้า พร้อมทั้งเร่งกระจายหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นให้แก่กลุ่มเปราะบาง และบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่โซนใต้เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นควันอย่างเร่งด่วน.