ข่าววาไรตี้ » ครั้งแรกในไทย! อบจ.เชียงใหม่ ทุ่ม 20 ล้าน หนุนออกหนังสือสิทธิ์ที่ทำกินในป่าอนุรักษ์ 4 หมื่นแปลง ยกระดับคุณภาพชีวิตควบคู่การรักษาป่า

ครั้งแรกในไทย! อบจ.เชียงใหม่ ทุ่ม 20 ล้าน หนุนออกหนังสือสิทธิ์ที่ทำกินในป่าอนุรักษ์ 4 หมื่นแปลง ยกระดับคุณภาพชีวิตควบคู่การรักษาป่า

9 มีนาคม 2026
125   0

ครั้งแรกในไทย! อบจ.เชียงใหม่ ทุ่ม 20 ล้าน หนุนออกหนังสือสิทธิ์ที่ทำกินในป่าอนุรักษ์ 4 หมื่นแปลง ยกระดับคุณภาพชีวิตควบคู่การรักษาป่า

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน โดยนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ เปิดเผยความคืบหน้าภายหลังการหารือร่วมกับ นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ถึงนโยบายการออกหนังสือแสดงสิทธิ์อาศัยทำกินให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตป่าอนุรักษ์ตามมาตรา 64 พรบ.อุทยานแห่งชาติ ซึ่งที่ผ่านมาติดปัญหาเรื่องงบประมาณในการดำเนินการจัดทำหลักเขตคอนกรีต แม้จะมีการสำรวจข้อมูลมานานกว่า 5-6 ปีแล้วก็ตาม

ด้วยเล็งเห็นถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน อบจ.เชียงใหม่ จึงเตรียมจัดสรรงบประมาณจำนวน 20 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการวางหลักเขตและดำเนินการออกหนังสือแสดงสิทธิ์ ซึ่งจะครอบคลุมที่ดินกว่า 40,000 แปลงในจังหวัดเชียงใหม่ โดยแผนงานดังกล่าวเตรียมเข้าสู่การพิจารณาของสภา อบจ.เชียงใหม่ เพื่ออนุมัติงบประมาณ คาดว่าจะได้รับงบประมาณภายใน 2 เดือน และใช้เวลาดำเนินการอีกประมาณ 4-5 เดือนเพื่อให้โครงการแล้วเสร็จ ซึ่งถือเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทยที่มีการผลักดันการออกหนังสือสิทธิ์อาศัยในเขตป่าอนุรักษ์อย่างเป็นรูปธรรมขนาดนี้

สำหรับเงื่อนไขสำคัญของผู้ที่จะได้รับสิทธิ์นั้น จะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย โดยสิทธิ์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อการอยู่อาศัยและทำกิน ไม่สามารถนำไปซื้อขายหรือให้เช่าได้ แต่สามารถสืบทอดเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทได้ตามกฎหมาย นอกจากนี้ ประชาชนที่ได้รับสิทธิ์จะต้องให้คำมั่นสัญญาในการร่วมดูแลรักษาผืนป่า เฝ้าระวังไม่ให้เกิดไฟป่า และยุติการบุกรุกพื้นที่เพิ่มเติมอย่างเด็ดขาด โดยแลกกับการได้รับสิทธิ์ในการพัฒนาพื้นที่ของตนเองภายใต้ระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมาตรการนี้ได้รับเสียงตอบรับและความยินดีอย่างยิ่งจากชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐเพื่อสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัยควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน.