ตำรวจ - ทหาร » เชียงใหม่ ตำรวจ ปทส.ค้นบ่อดินหลังชาวบ้านร้องเรียน

เชียงใหม่ ตำรวจ ปทส.ค้นบ่อดินหลังชาวบ้านร้องเรียน

14 มีนาคม 2026
78   0

เชียงใหม่ ตำรวจ ปทส.ค้นบ่อดินหลังชาวบ้านร้องเรียน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. และเจ้าหน้าที่ กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 นำกำลังเข้าตรวจค้นบ่อขุดดินในพื้นที่ อ.สันทราย หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการลักลอบประกอบกิจการสร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชน พบแรงงานต่างด้าวทำงานผิดประเภท พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนเถื่อน ขณะที่บริษัทเคยถูกหน่วยงานรัฐตรวจพบความผิดเรื่องกำลังเครื่องจักรเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตมาก่อน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำหมายค้นของ ศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจค้นสถานประกอบกิจการบ่อดิน ย่านป่าไผ่ สันทราย เชียงใหม่ การเข้าตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจาก ได้รับเรื่องร้องเรียนทางไปรษณีย์จากผู้หวังดีต่อทางราชการ (ขอปกปิดนาม) ระบุว่า ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากกิจการบ่อขุดดิน ซึ่งมีรถบรรทุกหิน ดิน และทรายวิ่งเข้าออกจำนวนมาก บางคันไม่คลุมผ้า ทำให้เกิดฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย ขณะใช้เครื่องจักรตักดินก็ส่งเสียงดังรบกวนชุมชนอย่างต่อเนื่องผู้ร้องเรียนยังระบุว่า แม้จะมีการแจ้งหน่วยงานในพื้นที่แล้ว แต่ไม่พบการเข้าดำเนินการแก้ไข จึงขอให้ตำรวจจากส่วนกลางเข้าตรวจสอบ

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบพื้นที่ภายในเป็น บ่อขุดดินลึกประมาณ 30 เมตร มีน้ำขังบางส่วนและร่องรอยการใช้เครื่องจักร โดยพบ รถแบคโฮ 1 คัน กำลังขุดเจาะชั้นหินแข็งกลางบ่อ รถแบคโฮ 2 คัน และรถเจาะกระแทก 2 คัน จอดอยู่บริเวณคันดินปากบ่อ และอาคารซ่อมบำรุงเครื่องจักร ระหว่างตรวจค้นพบ นายอ่อง สัญชาติเมียนมา แสดงตัวเป็นผู้ดูแลประจำสถานประกอบกิจการ และเป็นผู้นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น

ระหว่างการตรวจค้น ห้องพักของนายอ่อง เจ้าหน้าที่พบ อาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องครัว ขณะที่บริเวณโรงเรือนซ่อมบำรุงพบ ปืนยาวอัดลมพร้อมกระสุน อีก 1 กระบอก โดยนายอ่องให้การรับว่าเป็นของตน เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงเครื่องจักรทำงานจากก้นบ่อ จึงลงไปตรวจสอบพบ นายคุณหม่อง แรงงานต่างด้าว กำลังควบคุมเครื่องจักรเจาะกระแทกดินยี่ห้อซูมิโตโม่ ทำงานอยู่ภายในบ่อ จากการตรวจสอบเอกสารพบว่า นายคุณหม่องได้รับอนุญาตให้ทำงานในตำแหน่ง กรรมกร แต่กลับทำหน้าที่ ควบคุมเครื่องจักรกลหนัก ซึ่งถือเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทางและต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัย ทำให้เข้าข่าย ทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับอนุญาต ขณะเดียวกัน นายอ่องยังรับว่า ในวันปกติทำหน้าที่ ขับรถแบคโฮและซ่อมเชื่อมเครื่องจักร ซึ่งถือเป็นงานช่างฝีมือที่อยู่นอกเหนือจากประเภทงานที่แรงงานต่างด้าวได้รับอนุญาต

เจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดีกับแรงงานต่างด้าวทั้งสองคน ฐาน ทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 พร้อมแจ้งความผิดนายจ้างฐาน ให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากสิทธิ ซึ่งมีโทษปรับ 10,000 – 100,000 บาท ต่อแรงงานหนึ่งคนนอกจากนี้ จากการตรวจสอบเครื่องจักรภายในพื้นที่พบว่า มี รถแบคโฮและรถเจาะกระแทกรวม 5 คัน ซึ่งอาจทำให้กำลังเครื่องจักรรวมเกินกว่า 450 แรงม้า ที่ได้รับอนุญาตตามใบอนุญาตโรงงาน

ต่อมา นายลอง นามสมมุติ ซึ่งแสดงตัวเป็นตัวแทนผู้รับอนุญาตประกอบกิจการ ให้การว่า สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่เคยเข้าตรวจสอบและพบว่ามีกำลังเครื่องจักรเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต และมีคำสั่งให้แก้ไขพร้อมเสียค่าปรับ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการอุทธรณ์เจ้าหน้าที่ระบุว่า คำให้การของคนงาน รวมถึงบัตรลงเวลาการทำงานที่ตรวจพบภายในสำนักงาน เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า มีการดำเนินกิจการขุดดินอย่างต่อเนื่อง แม้ในวันที่เข้าตรวจค้นเครื่องจักรบางส่วนจะหยุดทำงานทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน และนำไปประกอบสำนวนคดีและดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป .