ป.ป.ส. ประสาน สำนักงานคณะกรรมการเพื่อการควบคุมยาเสพติด (Central Committee for Drug Abuse Control : CCDAC) สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ตรวจสอบเบาะแสยาเสพติดจากเรื่องร้องเรียน 1386 นำมาซึ่งการตรวจยึดยาบ้า 17.8 ล้านเม็ด ที่ เมียนมา
ตามนโยบายเร่งด่วนของ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ให้ความสำคัญกับการปราบปรามยาเสพติดในทุกระดับการค้า ซึ่งสอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นให้จับกุมกวาดล้างยาเสพติดตัดวงจรการค้ายาเสพติดรายสำคัญ
รวมถึงกวาดล้างผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ และให้ความสำคัญกับการรับแจ้งเบาะแสยาเสพติดผ่านสายด่วน 1386 ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคี มุ่งเน้นการทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดให้ครบทั้งวงจร
โดยเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการเพื่อการควบคุมยาเสพติด (Central Committee for Drug Abuse Control : CCDAC) สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ให้ตรวจสอบรถยนต์ จำนวน 3 คัน ที่จอดทิ้งไว้ในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก เมียนมา ผลการตรวจสอบ พบยาบ้า จำนวน 17,800,000 เม็ด บรรจุภายในกระสอบ จำนวน 89 กระสอบ ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ จึงทำการตรวจยึดย
ซึ่งการตรวจยึดดังกล่าวสืบเนื่องจาก สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ได้รับเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 1386 ว่ามีกลุ่มนักค้ายาเสพติดชาวเมียนมา เป็นผู้สั่งการให้บุคคลในเครือข่ายเตรียมลักลอบลำเลียงยาบ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาเก็บพักในพื้นที่ กทม. โดยใช้รถยนต์ จำนวน 3 คัน เป็นพาหนะในการลำเลียง
สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม จึงได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการเพื่อการควบคุมยาเสพติด (Central Committee for Drug Abuse Control : CCDAC) สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้าตรวจสอบรถยนต์ทั้ง 3 คัน จนนำไปสู่การตรวจยึดยาบ้าดังกล่าว
พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกข้อมูลจากประชาชน ที่สามารถมีส่วนร่วมในการช่วยหน่วยงานของรัฐ โดยร่วมเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ หากมีเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง
โดยยืนยันว่าข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด ความสำเร็จของการตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าว มาจากการบูรณาการทางการข่าวระหว่างหน่วยงานภายในประเทศและ หน่วยงานระหว่างประเทศ โดยได้ให้ความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลการข่าวเกี่ยวกับเครือข่ายการค้ายาเสพติดระหว่างกัน จนนำมาซึ่งผลสัมฤทธิ์ในการสืบสวนขยายผลเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม.