ดอยสุเทพซบเซา! พิษน้ำมันแพงบวกวิกฤตฝุ่นพิษ PM2.5 คลุมเมือง ทำนักท่องเที่ยววูบหนัก 70-80% ร้านค้าโอดต้องเปิดสายลุ้นดวงวันต่อวัน

บรรยากาศการท่องเที่ยวบริเวณวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญในการชมวิวและกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กำลังเผชิญกับความเงียบเหงาอย่างหนัก หลังได้รับผลกระทบสองเด้งจากทั้งวิกฤตพลังงานที่ทำให้น้ำมันขาดแคลนและมีราคาแพงขึ้น ประกอบกับสถานการณ์ไฟป่าที่ทวีความรุนแรง จนเกิดฝุ่นควันพิษ PM2.5 สะสมปกคลุมไปทั่วทั้งจังหวัด โดยเฉพาะในตัวเมืองเชียงใหม่ที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะ ยิ่งทำให้อากาศกดทับฝุ่นควันเอาไว้โดยไม่มีกระแสลมพัดมาช่วยระบาย ซึ่งหากไม่มีพายุฤดูร้อนหรือฝนตกลงมาช่วยชะล้าง สถานการณ์ก็ยากที่จะคลี่คลาย


จากวิกฤตดังกล่าวส่งผลให้พื้นที่บนดอยสุเทพซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,046 เมตร ถูกปกคลุมไปด้วยมลพิษทางอากาศอย่างหนาแน่น เมื่อมองจากจุดชมวิวสวนสนและลานกางเต็นท์ซึ่งอยู่เหนือตัววัดขึ้นไปเล็กน้อย จะเห็นเพียงกลุ่มควันสีขาวขุ่นอมเหลืองลอยบดบังทัศนียภาพจนแทบมองไม่เห็นตัวเมือง และเห็นเพียงยอดพระธาตุดอยสุเทพโผล่พ้นกลุ่มควันออกมาเท่านั้น


ผลกระทบที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดฮวบลงไปถึงร้อยละ 70-80 รถยนต์นำเที่ยว รถรับจ้าง รวมถึงกลุ่มนักวิ่งและนักปั่นจักรยานที่เคยคึกคักตั้งแต่เช้ามืดต่างพากันหายหน้าไป ส่งผลให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าบริเวณลานจอดรถหน้าวัดพระธาตุดอยสุเทพต้องปรับตัวด้วยการเลื่อนเวลาเปิดร้านจากเดิมช่วง 6-7 โมงเช้า ไปเป็น 9-10 โมงเช้าแทน เพื่อรอดูสถานการณ์และลุ้นดวงไปวันๆ ว่าจะมีลูกค้าขึ้นมาอุดหนุนสินค้าและอาหารหรือไม่


โดยกลุ่มแม่ค้าที่ยังคงปักหลักขายของต่างต้องสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นควันตลอดเวลา ขณะที่กลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็กและผู้สูงอายุในพื้นที่ ต่างพากันปิดประตูหน้าต่างเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการสูดดมฝุ่นพิษที่อาจก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจ.