ตำรวจ - ทหาร » แม่ทัพภาคที่ 3 จับมือผู้ว่าฯ น่าน นำมวลชนเททองหล่อ “พระนั่งเมือง” สรงน้ำพระธาตุแสงจันทร์ฯ มุ่งพลิกฟื้นวัดร้างดอยแยงสู่ศาสนสถานสืบสานธรรม

แม่ทัพภาคที่ 3 จับมือผู้ว่าฯ น่าน นำมวลชนเททองหล่อ “พระนั่งเมือง” สรงน้ำพระธาตุแสงจันทร์ฯ มุ่งพลิกฟื้นวัดร้างดอยแยงสู่ศาสนสถานสืบสานธรรม

4 มกราคม 2026
266   0

แม่ทัพภาคที่ 3 จับมือผู้ว่าฯ น่าน นำมวลชนเททองหล่อ “พระนั่งเมือง” สรงน้ำพระธาตุแสงจันทร์ฯ มุ่งพลิกฟื้นวัดร้างดอยแยงสู่ศาสนสถานสืบสานธรรม

ท่ามกลางบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวเมืองน่าน เมื่อเวลา 18.09 น. ของวันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้เดินทางมาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ณ วัดดอยแยง ตำบลเรือง อำเภอเมืองน่าน เพื่อประกอบพิธีเททองหล่อพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา หรือ “พระนั่งเมือง” พร้อมด้วยพิธีทอดผ้าป่ามหากุศลและสรงน้ำพระธาตุแสงจันทร์นันทบุรี โดยมี นายชัยณรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นำคณะข้าราชการ ทหาร ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธีอย่างเนืองแน่น ขณะที่ฝ่ายสงฆ์ได้รับเมตตาจาก พระเดชพระคุณพระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน เป็นประธานสงฆ์ นำคณะสงฆ์ร่วมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และอนุโมทนาบุญ

พิธีกรรมเริ่มต้นขึ้นด้วยความสิริมงคล เมื่อประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยและถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญในการอธิษฐานจิตเททองหล่อพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบนิ่งและเปี่ยมด้วยแรงศรัทธา ต่อด้วยพิธีทอดผ้าป่ามหากุศลที่ประชาชนร่วมใจกันถวายจตุปัจจัยไทยธรรมเพื่อสมทบทุนบำรุงวัดดอยแยง และปิดท้ายด้วยภาพความงดงามของแสงเทียนจากโคมที่พุทธศาสนิกชนร่วมกันถือเดินเวียนรอบองค์พระธาตุแสงจันทร์นันทบุรี ก่อนจะอธิษฐานจิตสรงน้ำพระธาตุตามแบบแผนประเพณีอันดีงาม

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการฟื้นฟู “วัดดอยแยง” ศาสนสถานเก่าแก่ที่เคยเป็นวัดร้างมานานกว่า 80–100 ปี ตั้งอยู่บนดอยเล็ก ๆ กลางทุ่งนาบ้านดอนเฟือง ซึ่งปัจจุบันกำลังได้รับการบูรณะให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยความร่วมมือของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดน่านและพลังของชุมชน ภายใต้การดูแลของพระครูกิตติจันทโรภาส เพื่อมุ่งหวังให้วัดแห่งนี้กลับมาเป็นศูนย์รวมจิตใจ เป็นสถานปฏิบัติธรรม และเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่จะสืบทอดความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาให้คู่เมืองน่านสืบไป.