ตำรวจ - ทหาร » เชียงใหม่-เจ้าอาวาสวัดดอกเอื้อง วอนล่าตัว “คู่หูต่างชาติ” มือบอนพ่นสีป่วนเมือง ลามกำแพงวัดเก่า-ร้านค้า ทำลายภาพลักษณ์มรดกโลก

เชียงใหม่-เจ้าอาวาสวัดดอกเอื้อง วอนล่าตัว “คู่หูต่างชาติ” มือบอนพ่นสีป่วนเมือง ลามกำแพงวัดเก่า-ร้านค้า ทำลายภาพลักษณ์มรดกโลก

3 กุมภาพันธ์ 2026
84   0

เชียงใหม่-เจ้าอาวาสวัดดอกเอื้อง วอนล่าตัว “คู่หูต่างชาติ” มือบอนพ่นสีป่วนเมือง ลามกำแพงวัดเก่า-ร้านค้า ทำลายภาพลักษณ์มรดกโลก

จากกรณีเหตุการณ์ความมักง่ายของนักท่องเที่ยวที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับเมืองเชียงใหม่ ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 พระครูปลัดปรีดา ใจบุญ เจ้าอาวาสวัดดอกเอื้อง ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำหลักฐานสำคัญเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้ติดตามตัวชาวต่างชาติชายหญิงคู่หนึ่งมาดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังจากกล้องสามารถบันทึกภาพขณะทั้งคู่กำลังใช้สีสเปรย์พ่นข้อความและลวดลายลงบนกำแพงวัดอย่างไม่เกรงใจสถานที่ เมื่อช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างความสกปรก แต่ยังทำลายความเลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่อย่างรุนแรง

เจ้าอาวาสวัดดอกเอื้องเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ที่ผ่านมากำแพงวัดถูกลักลอบพ่นสีในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง จนทางวัดต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการทาสีทับรวมแล้วกว่าหลายหมื่นบาท แต่ก็ยังเกิดเหตุซ้ำซากไม่จบสิ้น เช่นเดียวกับความเห็นของพระครูปลัดวิสุทธิ กิจจานนท์ เจ้าคณะตำบลศรีภูมิเขต 4 ที่ระบุว่าวัดในตัวเมืองเชียงใหม่กว่า 38 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโบราณสถานเก่าแก่ ต่างตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มผู้ไม่หวังดีเหล่านี้ การกระทำดังกล่าวนอกจากจะบั่นทอนจิตใจชาวเมืองแล้ว ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์การเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก และอาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเสนอชื่อเชียงใหม่ให้เป็นเมืองมรดกโลกในอนาคต

นอกจากพื้นที่วัดแล้ว จากการสำรวจยังพบว่ารั้วบ้าน ประตูร้านค้าของชาวบ้าน รวมถึงสถานที่ราชการหลายแห่งทั่วเมืองเชียงใหม่ ต่างถูกพ่นสีเลอะเทอะจนกลายเป็นความเดือดร้อนในวงกว้าง ล่าสุด พลตำรวจตรี ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้เล็งเห็นถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ จึงสั่งการด่วนให้ตำรวจสายตรวจทุกพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราและเร่งสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบและกอบกู้ภาพลักษณ์ที่สวยงามของเมืองเชียงใหม่กลับคืนมาโดยเร็ว.