ข่าววาไรตี้ » (มีคลิป) เชียงใหม่ระดมสู้ฝุ่น! สสจ. แนะใช้ “มุ้งสู้ฝุ่น” ปกป้องกลุ่มเปราะบางในบ้าน

(มีคลิป) เชียงใหม่ระดมสู้ฝุ่น! สสจ. แนะใช้ “มุ้งสู้ฝุ่น” ปกป้องกลุ่มเปราะบางในบ้าน

18 กุมภาพันธ์ 2026
44   0

เชียงใหม่ระดมสู้ฝุ่น! สสจ. แนะใช้ “มุ้งสู้ฝุ่น” ปกป้องกลุ่มเปราะบางในบ้าน

สาธารณสุขเชียงใหม่ เผย หลายพื้นที่อาจเผชิญฝุ่น PM2.5 ในระดับกระทบต่อสุขภาพ ส่งผลให้ประชาชนมีอาการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพ สวมหน้ากาก เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และติดตามสถานการณ์ฝุ่นอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง

วันที่ 18 ก.พ. 2569 นายแพทย์วรัญญู จำนงประสาทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมของทุกปี จังหวัดเชียงใหม่ มักประสบกับปัญหาสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สูงเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเป็นปัจจัยร่วมในการทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยในระยะสั้น ทำให้เกิดอาการ ไอ จาม ระคายเคืองผิวหนัง ผื่นคัน และระคายเคืองตา แสบตา ตาแดง ส่วนผลกระทบระยะยาวอาจส่งผลกับระบบหัวใจและหลอดเลือด หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจวาย ภาวะหลอดเลือดสมองตีบ ความดันโลหิตสูง และส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอด

สำหรับกลุ่มเสี่ยงต่อการสัมผัสฝุ่น PM 2.5 ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอายุครรภ์ 6 เดือนแรก ที่อาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ที่กำลังพัฒนาอวัยวะต่างๆ จึงอาจส่งผลกระทบในระยะยาวต่อทารกในครรภ์ รวมถึงการคลอดก่อนกำหนดและทารกแรกคลอดมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ , เด็กเล็ก 0-5 ปี เนื่องจากยังมีระบบป้องกันและภูมิคุ้มกันของร่างกายยังพัฒนาได้ไม่ดีเหมือนผู้ใหญ่ , กลุ่มผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ , กลุ่มผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคภูมิแพ้ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคปอด โรคหอบหืด และผู้ทำงานกลางแจ้ง ได้แก่ คนทำงานในที่โล่งกว้าง พ่อค้าแม่ค้าริมถนน วินมอเตอร์ไซค์ กรรมกรก่อสร้าง ตำรวจจราจร ถึงแม้ว่าจะร่างกายแข็งแรง แต่เสี่ยงได้รับผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาวได้ และ กลุ่มผู้สูบบุหรี่ ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคปอด โรคหอบหืด โรคหัวใจและโรคมะเร็ง
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แนะแนวทางการปฏิบัติตัวในช่วงสถานการณ์ค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน ดังนี้
1. กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบาง (ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว ได้แก่โรคถุงลมโป่งพอง โรคหอบหืด โรคหัวใจ) ควรงดหรือลดการทำกิจกรรมนอกบ้าน หากมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้านให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นตลอดเวลาและผู้มีโรคประจำตัวควรเฝ้าระวังสุขภาพตนเอง เตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์
2. กลุ่มประชาชนทั่วไป ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้าน และเฝ้าระวังสุขภาพตนเอง หากพบอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจไม่ออก หายใจมีเสียงวี้ด แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก ใจสั่น คลื่นไส้ เมื่อยล้า ผิดปกติ หรือวิงเวียนศีรษะ ให้รีบไปพบแพทย์

ทั้งนี้ ขอแนะนำประชาชนในการดูแลสุขภาพของตนเองเพื่อป้องกันอันตรายจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิดก่อนออกจากบ้าน ได้ที่เว็บไซต์ air4thai.pcd.go.th หรือแอปพลิเคชัน “Air4Thai” ของกรมควบคุมมลพิษ รวมทั้งสามารถติดตามสถานการณ์ระดับค่าฝุ่นประจำวัน ได้จากสถานบริการสาธารณสุขทุกแห่งและปฏิบัติตนตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ดูแลสุขภาพให้ร่างกายแข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดให้มาก ๆ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นผัก ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ทำความสะอาดบ้าน และอุปกรณ์ภายในบ้าน โดยเฉพาะจุดที่สะสมฝุ่น เช่น แอร์ พัดลม มุ้งลวด เครื่องนอน และเน้นการทำความสะอาดด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำ รวมทั้งควรจัดทำพื้นที่ปลอดฝุ่นภายในบ้าน โดยสามารถเลือกวิธีการจัดทำห้องปลอดฝุ่นหรือมุ้งสู้ฝุ่นภายในบ้านให้เหมาะสมตามรูปแบบของกรมอนามัย

โดยผู้ป่วยหรือผู้ที่มีอาการผิดปกติ สามารถติดต่อเข้ารับการรักษาได้ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขใกล้บ้านได้ทุกแห่ง รวมทั้งสามารถสอบถามประเมินอาการได้ด้วยตนเองได้ที่ Application หมอพร้อม.