ตำรวจ - ทหาร » เชียงใหม่-รวบคู่หู “มิ้น-เอ็ม” ซุกยาบ้าเป้ากางเกง-ถุงเท้า ฝ่าด่านแก่งปันเต๊าไม่รอด สารภาพรับจ้างขนเตรียมปล่อยของสะเมิง

เชียงใหม่-รวบคู่หู “มิ้น-เอ็ม” ซุกยาบ้าเป้ากางเกง-ถุงเท้า ฝ่าด่านแก่งปันเต๊าไม่รอด สารภาพรับจ้างขนเตรียมปล่อยของสะเมิง

26 กุมภาพันธ์ 2026
51   0

เชียงใหม่-รวบคู่หู “มิ้น-เอ็ม” ซุกยาบ้าเป้ากางเกง-ถุงเท้า ฝ่าด่านแก่งปันเต๊าไม่รอด สารภาพรับจ้างขนเตรียมปล่อยของสะเมิง

เชียงดาว, เชียงใหม่ – เมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. ของวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงดาว ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.เสกสรรค์ ขันคำนันต๊ะ ผกก.สภ.เชียงดาว พร้อมทีมงาน และเจ้าหน้าที่ทหารประจำด่านตรวจแก่งปันเต๊า ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาชาย 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้าเกือบ 500 เม็ด หลังพยายามใช้วิธีซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในจุดลับตาหวังตบตาเจ้าหน้าที่

เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมปฏิบัติหน้าที่ ณ ด่านตรวจแก่งปันเต๊า ได้ทำการเรียกตรวจรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีดำแดง หมายเลขทะเบียน 3กขxxxx เชียงใหม่ ซึ่งมี นายกิจจา หรือเอ็ม อายุ 25 ปี เป็นผู้ขับขี่มาจากทาง อ.เชียงดาว มุ่งหน้าไป อ.แม่แตง โดยนายกิจจามีท่าทางพิรุธอย่างเห็นได้ชัด แต่จากการตรวจค้นเบื้องต้นยังไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ในเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าหน้าที่ได้เรียกตรวจรถจักรยานยนต์รุ่นเดียวกันอีกคัน หมายเลขทะเบียน 3กญxxxx เชียงใหม่ มี นายมิ้น หรือไม้ อายุ 25 ปี เป็นผู้ขับขี่ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมขบวนการที่ขับตามกันมา

จากการตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ต้องตกตะลึงเมื่อพบยาบ้าจำนวน 87 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในถุงเท้าข้างซ้าย ที่นายมิ้นสวมอยู่ และเมื่อตรวจสอบลึกลงไปกลับพบยาบ้าอีก 403 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในกางเกงใน รวมของกลางยึดได้ทั้งสิ้น 490 เม็ด นอกจากนี้ยังยึดโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิดอีก 2 คัน

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองยอมรับสารภาพว่า ได้เดินทางมาจาก อ.สะเมิง เพื่อไปซื้อยาบ้าที่บ้านอรุโณทัยในราคา 5,000 บาท โดยนายมิ้นได้ว่าจ้างนายกิจจาเป็นเงิน 1,000 บาท ให้ทำหน้าที่ขับรถดูต้นทางและอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทางขากลับ เพื่อนำยาบ้าทั้งหมดไปจำหน่ายต่อในพื้นที่ อ.สะเมิง นอกจากนี้ทั้งคู่ยังยอมรับว่าได้เสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้คนละ 3 เม็ด ซึ่งผลการตรวจปัสสาวะยืนยันว่าเป็นสีม่วงทั้งคู่

เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาหนัก ทั้งร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อการค้า เสพยาเสพติด และขับขี่รถในขณะมีสารเสพติดในร่างกาย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.