ตำรวจ - ทหาร » ป.ป.ส. ขยายผล “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” ทลายเครือข่ายยาเสพติดเสี่ยจิว รวบ “พันโท” เอี่ยวท่อน้ำเลี้ยงฟอกเงิน และ “ร้อยโท” ทีมขนลำเลียง

ป.ป.ส. ขยายผล “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” ทลายเครือข่ายยาเสพติดเสี่ยจิว รวบ “พันโท” เอี่ยวท่อน้ำเลี้ยงฟอกเงิน และ “ร้อยโท” ทีมขนลำเลียง

2 มีนาคม 2026
65   0

ป.ป.ส. ขยายผล “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” ทลายเครือข่ายยาเสพติดเสี่ยจิว รวบ “พันโท” เอี่ยวท่อน้ำเลี้ยงฟอกเงิน และ “ร้อยโท” ทีมขนลำเลียง

ภายใต้การนำของ พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดปฏิบัติการยุทธการตัดเนื้อร้าย ครั้งที่ 2 ของ สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม รวบ 2 นายทหาร “พันโท”สังกัดสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม เกี่ยวข้องการฟอกเงิน และ “ร้อยโท” สังกัดหน่วยรบพิเศษ ทำหน้าที่ลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทยในเครือข่าย ค้ายาเสพติดข้ามชาติ “เสี่ยจิว” อดีตนักโทษที่แอบอ้างเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่

จุดเริ่มต้นของการทลายเครือข่ายนี้ ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 ทหารหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก สกัดจับรถกระบะต้องสงสัยในพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ยึดไอซ์ล็อตใหญ่จำนวน 44 กระสอบ น้ำหนักรวมกว่า 1,418 กิโลกรัม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางสำคัญคือ โทรศัพท์มือถือ นำไปสู่การกู้ข้อมูลแชทไลน์ จนทราบว่าผู้สั่งการคือ นายชุติธัญญ์ หรือ เสี่ยจิว ชาวเขาชาติพันธุ์ที่เคยถูกจับกุมในคดีเฮโรอีนเมื่อปี 2549

เมื่อพ้นโทษได้เปลี่ยนชื่อ-สกุล สร้างฉากลวงโลกแอบอ้างเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และกลับมาพัวพันกับการค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยขนลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคเหนือลงสู่ภาคใต้เพื่อส่งต่อไปยังประเทศที่สาม

ต่อมา เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่ได้สะกดรอยรถบรรทุก 6 ล้อติดป้ายทะเบียนคล้ายรถทหาร จนเกิดการยิงปะทะกันที่บริเวณดอยแม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ตรวจยึดไอซ์ที่ซุกซ่อนในถังน้ำมันได้อีกกว่า 1,400 กิโลกรัม

จับกุมผู้ต้องหาได้ 7 ราย และ 3 ใน 7 ของผู้ต้องหา เป็นอดีตทหารที่เคยถูกไล่ออกจากราชการในคดียาเสพติด ผันตัวมารับจ้างเป็นกองกำลังคุ้มกันและขนลำเลียงยาเสพติดให้กับเครือข่ายดังกล่าว

จากพยานหลักฐานที่มัดแน่น นำมาสู่การเปิดปฏิบัติการขั้นเด็ดขาด โดยเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม สนธิกำลังกับ ตำรวจภูธรภาค 5 ปูพรมตรวจค้น 8 จุดเป้าหมาย ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย นนทบุรี และกรุงเทพฯ

สามารถรวบตัว น.ส.สิรินดา ภรรยาของเสี่ยจิว นายศิวสรรค์ ผู้จัดหายานพาหนะ และร้อยโท โชคชัย ทหารในราชการสังกัดกรมรบพิเศษ ที่ทำหน้าที่เป็นทีมขนลำเลียงยาเสพติด พร้อมอายัดทรัพย์สินกว่า 47 รายการ ทั้งอสังหาริมทรัพย์ เงินฝากในบัญชี รถยนต์ อาวุธปืน ทองรูปพรรณ และเงินสด มูลค่ารวมสูงกว่า 122 ล้านบาท

ภายหลังการจับกุม ร้อยโท โชคชัย คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลในเครือข่าย จนพบเส้นเงินต้องสงสัยเชื่อมโยงไปถึงนายทหารยศพันโทพร้อมด้วยภรรยาและเครือญาติฝั่งภรรยา

โดยปรากฏหลักฐานการรับโอนเงินจำนวนหลายล้านบาท จากเครือข่ายของเสี่ยจิว รวมทั้งพบหลักฐานสำคัญที่ชี้ว่า เครือญาติฝั่งภรรยาของนายทหารยศพันโท มีพฤติการณ์เป็นนอมินีถือครองทรัพย์สินมูลค่าสูงแทนเสี่ยจิวและภรรยาจำนวนหลายรายการ

คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอศาลจังหวัดเชียงรายออกหมายจับนายทหารยศพันโท พร้อมภรรยา ในข้อหาสมคบกันเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดฯ

สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม จึงได้เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายอีกครั้ง ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เข้าจับกุม พันโท ปัณณ์ สังกัดสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมภรรยาได้ที่ ริมถนนซอยแจ้งวัฒนะ 25 กรุงเทพมหานคร

พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “แม้ขณะนี้ตัวการใหญ่อย่างเสี่ยจิว ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี แต่การกวาดล้างเจ้าหน้าที่รัฐครั้งนี้ สามารถจับกุมเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้ 2 ราย คือ ร้อยโท โชคชัย สังกัดหน่วยรบพิเศษ และ พันโท ปัณณ์ สังกัดสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม

ถือเป็นการเด็ดปีกและตัดท่อน้ำเลี้ยงสำคัญของเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติอย่างไม่มีข้อยกเว้น

โดยข้อมูลการข่าว พบว่าเมื่อปี 2562 สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ได้รับแจ้งจากหน่วยงานพิทักษ์ชายฝั่งไต้หวัน ว่าเสี่ยจิว มีความเกี่ยวข้องกับคดีที่คนไทยและคนไต้หวันร่วมกันลักลอบนำเฮโรอีนเข้าไปจำหน่ายในประเทศไต้หวัน จำนวน 29 กิโลกรัม

และยังปรากฏข่าวสารจากหน่วยข่าวกรองกองทัพบก พบว่า เกี่ยวข้องกับคดีลักลอบลำเลียงยาเสพติดทางทะเลเพื่อส่งไปประเทศที่ 3

“ยุทธการตัดเนื้อร้าย” ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 เพื่อกวาดล้างและขุดรากถอนโคนเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด มุ่งเน้นการสร้างความโปร่งใสในระบบราชการและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของภาคประชาชน ขอยืนยันเจตนารมณ์ที่จะเดินหน้าปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดอย่างถึงที่สุด

โดยไม่ละเว้นว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใคร หรือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับใด จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น หากประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด”.