ตำรวจ - ทหาร » ออกหมายจับ “เบน สมิธ-เมีย” สแกมเมอร์ข้ามชาติ! ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) บุกค้น 6 จุด ออกหมายจับคู่รักตัวแสบตุ๋นนักลงทุนต่างชาติสูญกว่า 1,000 ล้านบาท

ออกหมายจับ “เบน สมิธ-เมีย” สแกมเมอร์ข้ามชาติ! ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) บุกค้น 6 จุด ออกหมายจับคู่รักตัวแสบตุ๋นนักลงทุนต่างชาติสูญกว่า 1,000 ล้านบาท

2 มีนาคม 2026
49   0

ออกหมายจับ “เบน สมิธ-เมีย” สแกมเมอร์ข้ามชาติ! ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) บุกค้น 6 จุด ออกหมายจับคู่รักตัวแสบตุ๋นนักลงทุนต่างชาติสูญกว่า 1,000 ล้านบาท

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 6 จุดสำคัญในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อรวบรวมหลักฐานและขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายเบน สมิธ อายุ 47 ปี และนางสาวแคทรียา บีเวอร์ อายุ 40 ปี ภรรยา ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง และร่วมกันฟอกเงิน” หลังพบพฤติการณ์สุดแสบในการหลอกลวงนักลงทุนชาวต่างชาติให้ร่วมลงทุนในหลากหลายโครงการจนเกิดความเสียหายมหาศาลกว่า 1,000 ล้านบาท โดยจากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้นพบว่า นายเบน สมิธ ถูกทางการสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำเป็นบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์และการฟอกเงินระดับโลก

เส้นทางการหลอกลวงของคู่สามีภรรยารายนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2559 โดยอาศัยมาดผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนสร้างโปรไฟล์ให้น่าเชื่อถือ เริ่มจากการชักชวนผู้เสียหายลงทุนในหุ้นบริษัทพลังงานที่มีการดำเนินงานจริงเพื่อสร้างความไว้วางใจในระยะแรก เมื่อผู้เสียหายเริ่มเชื่อใจ นายเบนได้ขยับแผนการหลอกลวงให้ใหญ่ขึ้น ทั้งการหลอกลงทุนหุ้นมูลค่า 700 ล้านบาท การเชิดเงินมัดจำซื้อเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว 21 ล้านบาท และการลงทุนในธุรกิจพลังงานไฟฟ้าอีก 126 ล้านบาท นอกจากนี้ เมื่อผู้เสียหายเริ่มทวงถามถึงผลตอบแทน ผู้ต้องหายังใช้อุบายเสนอให้ลงทุนซื้อคอนโดมิเนียมหรู 7 ห้อง มูลค่า 144 ล้านบาท โดยอ้างว่าจะนำไปตกแต่งเพื่อขายเก็งกำไรคืนทุนให้ แต่สุดท้ายกลับแอบโอนกรรมสิทธิ์ไปให้บุคคลอื่นจนผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความในที่สุด

จากการปฏิบัติการปูพรมตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจยึดของกลางสำคัญได้ถึง 13 รายการ ทั้งคอมพิวเตอร์ แม็คบุ๊ค ไอแพด โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และเอกสารลับต่างๆ ซึ่งถือเป็นพยานหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะใช้มัดตัวผู้ต้องหาและขยายผลไปถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยทางตำรวจสอบสวนกลางยืนยันว่าจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายและเยียวยาความเสียหายให้แก่ผู้ถูกหลอกลวงอย่างถึงที่สุด สมกับปณิธานการทำงานที่เป็นมืออาชีพ เป็นกลาง และเคียงข้างประชาชน.