วิกฤตไฟป่าเหนือพุ่ง 1,092 จุด! ทัพภาค 3 ส่ง KA-32 บินด่วนช่วยป่าซาง หลังไฟลามเขาชันคุมไม่อยู่




สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือเข้าขั้นวิกฤต หลังพบจุดความร้อนพุ่งสูงกว่าพันจุดในเช้าวันนี้ โดยเฉพาะที่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ซึ่งเผชิญกับไฟป่าบนภูเขาสูงชันต่อเนื่องมานานกว่า 3 วัน จนเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินไม่สามารถเข้าถึงหัวไฟได้ ล่าสุดกองทัพภาคที่ 3 ต้องประสานส่งอากาศยานเข้าสนับสนุนการดับไฟอย่างเร่งด่วน



เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 (ศอ.ปกป.ภาค 3 สน.) อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 มอบหมายให้ พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ เร่งจัดส่งอากาศยาน KA-32 จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าสนับสนุนภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน หลังจากได้รับรายงานว่าไฟได้ลุกลามอย่างหนักในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตำบลมะกอก โดยตรวจพบจุดความร้อนสะสมในพื้นที่ดังกล่าวแล้วถึง 36 จุดตลอด 3 วันที่ผ่านมา

อุปสรรคสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ทวีความรุนแรง เกิดจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชันและป่าสลับซับซ้อน ทำให้ชุดปฏิบัติการดับไฟป่าและอาสาสมัครในพื้นที่ไม่สามารถเดินเท้าเข้าถึงต้นตอของไฟได้ ประกอบกับมีความเสี่ยงอันตรายสูงหากเจ้าหน้าที่ฝืนเข้าปฏิบัติงานบริเวณหัวไฟ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอป่าซางจึงจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนทางอากาศเพื่อระงับเหตุโดยด่วน ก่อนที่พื้นที่ป่าจะเสียหายเป็นวงกว้างไปมากกว่านี้ โดยมีการเตรียมจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราวไว้ที่สนามกีฬาเทศบาลตำบลมะกอก และเตรียมจุดเติมน้ำที่อ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง (บ้านหนองสร้อย) เพื่อรองรับปฏิบัติการครั้งนี้


สำหรับภาพรวมสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นละอองใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 07.00 น. พบจุดความร้อนพุ่งสูงถึง 1,092 จุด โดยจังหวัดลำปางครองแชมป์สูงสุดที่ 307 จุด ตามด้วยจังหวัดแพร่ 173 จุด และจังหวัดลำพูน 150 จุด ซึ่งพื้นที่ที่เกิดไฟไหม้ส่วนใหญ่ยังคงเป็นป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์






วิกฤตดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพอากาศ โดยพบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐานถึง 15 จังหวัด พื้นที่ที่ค่าฝุ่นพุ่งสูงที่สุดอยู่ที่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน วัดได้ 65.20 มคก./ลบ.ม. ตามมาด้วยตำบลพระบาท จังหวัดลำปาง และตำบลในเวียง จังหวัดน่าน ซึ่งทั้งหมดอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างชัดเจน.