ข่าวภาคเหนือ » ไม่ต้องรอนาน! ปรับสูตรสร้าง ‘แยกเทพปัญญา’ ใช้คอนกรีตเซตตัวเร็ว แบ่งทำ 6 ช่วง เสร็จปุ๊บเปิดปั๊บ”

ไม่ต้องรอนาน! ปรับสูตรสร้าง ‘แยกเทพปัญญา’ ใช้คอนกรีตเซตตัวเร็ว แบ่งทำ 6 ช่วง เสร็จปุ๊บเปิดปั๊บ”

17 มีนาคม 2026
70   0

ไม่ต้องรอนาน! ปรับสูตรสร้าง ‘แยกเทพปัญญา’ ใช้คอนกรีตเซตตัวเร็ว แบ่งทำ 6 ช่วง เสร็จปุ๊บเปิดปั๊บ”

เชียงใหม่-แจงยิบงานปรับปรุงผิวทางแยกเทพปัญญา-แยกรวมโชค จำเป็นต้องรื้อทำเป็นผิวคอนกรีต เพราะพื้นทางเดิมปรับปรุงยากใช้เวลาก่อสร้างนาน แบ่งงานเป็น 6 ช่วง ทำช่วงละ 30 วัน ทำเสร็จทีละช่วงเปิดใช้เลย คอนกรีตผิวทางใช้ชนิดพิเศษเซตตัวไว เพื่อให้งานไวขึ้นปรับแบบจากงานบดอัดพื้นทางเป็นเทรีนคอนกรีตแทน ก่อวางเหล็กเทคอนกรีตผิวทางหนา 25 ซม. ช่วงแรกจะจบก่อนสงกรานต์แล้วเป็นใช้ครบ 6 ช่องทาง คาดปิดจบเดือนสิงหาคมหรืออาจไวกว่านั้น ชี้ Overlay ทำให้ถนนสูง กระทบชาวบ้าน 2 ข้างทางและระบบระบายน้ำ

นายสิทธาฤทธิ์ ปรีดานนท์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 กล่าวถึง โครงการก่อสร้างผิวทางคอนกรีตทางหลวงหมายเลข 1001แยกเทพปัญญา-แยกรวมโชค ว่า โครงการนี้เป็นโครงการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 1001 ช่วงแยกเทพปัญญาถึงแยกรวมโชค ส่วนที่มาที่ไปของโครงการก็เนื่องมาจากสภาพผิวทางในช่วงนี้มีสภาพผิวทางที่ชำรุดเสียหายค่อนข้างเยอะมาก จะเห็นได้ว่าตลอดเส้นทางช่วงนี้จะมีรอยปะซ่อมอยู่หลายจุดมาก โดยที่การก่อสร้างปรับปรุงล่าสุดทำมานานแล้ว ตั้งแต่ปี 2552 ด้วยการปรับปรุงพื้นทางโดยผสมซีเมนต์เข้าไป แล้วก็ทำผิวยางแอสฟัลต์หนา 5 ซม. ซึ่งผิวยางที่มีความหนาแค่ 5 ซม. ไม่สอดคล้องกับปริมาณการจราจรที่มีมากขึ้น ก่อนที่จะเริ่มโครงการนี้ ได้มีการบำรุงรักษามาเป็นระยะๆ แล้ว ก็คือ มีการฉาบผิวทางไปแล้ว 2 ครั้ง โดยมีการฉาบผิวล่าสุดเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ราวปี 2559 ตอนเนี้ยสภาพผิวทางเสียหายค่อนข้างเยอะ เริ่มมีการแอ่นตัว ทรุดตัว แต่ต้องรองรับปริมาณการจราจรที่เยอะขึ้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับพื้นผิวที่เสียหาย ปริมาณรถที่สัญจรผ่านเส้นทางนี้ ราว 55,000 คันต่อวัน ปริมาณรถมากขนาดนี้ผิวทางควรเป็นผิวคอนกรีต

“จะสังเกตเห็นได้ว่าถนนเส้นเชียงใหม่-แม่โจ้ ย้อนกลับมาตั้งแต่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หรือว่าเลยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ขึ้นไป ผิวทางเป็นคอนกรีตหมดแล้ว มีแค่ช่วงยังเป็นผิวลาดยาง จะเห็นว่าสาย 11 ก็เช่นเดียวกัน เส้นเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เป็นผิวคอนกรีตหมดแล้ว เส้นมหิดลก็คอนกรีตหมดแล้ว เพราะฉะนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการปรับปรุง และในเมื่อจะปรับปรุงก็ทำให้ผิวคอนกรีตตลอดทั้งสาย” นายสิทธาฤทธิ์ฯ กล่าว

สำหรับแผนงานที่วางไว้ในการดำเนินการก่อสร้างปรับปรุงทาง โครงการฯ จะคำนึงถึงผลกระทบของผู้ใช้ทางอย่างมาก แล้วก็ประชาชนสองข้างทาง เนื่องจากมีปริมาณการจราจรที่เยอะ ปกติการสัญจรผ่านเส้นทางนี้การจราจรก็มักติดขัดอยู่แล้ว จึงมีการประชุมหารือกันหลายครั้ง สรุปมีการกำหนดแผนการก่อสร้างไว้เป็น 6 ช่วง โดยในช่วงกลางจะมีระยะประมาณ 600 เมตร ส่วนช่วงหัวและปลายโครงการฯ ทั้งทางด้านโรงพยาบาลเทพปัญญาและด้านแยกรวมโชค จะมีระยะประมาณ 300 เมตร

“จะทำเป็นช่วงๆ ในเดือนกุมภาพันธ์มีการวางแผนและเริ่มดำเนินการไปแล้ว ในช่วงที่ 1 ซึ่งแต่ละช่วงจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 30 วัน ซึ่งช่วงที่ 1 ได้เริ่มดำเนินการแล้วคาดว่าจะเร่งงานให้เสร็จก่อนเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้จะพยายามเก็บงานให้เสร็จ และจะเปิดให้รถสามารถสัญจรได้ ทั้ง 6 ช่องจราจรเหมือนเดิม ทำงานเสร็จก็จะเปิดผิวจราจรได้ โดยที่คอนกรีตที่ใช้ในโครงการนี้ ใช้คอนกรีตชนิดพิเศษ ที่เซ็ตตัวได้ไว มีค่า Strength ที่สูง เพื่อให้เร่งเปิดผิวจราจรให้ได้ไว หมายความว่าจะเร่งงานก่อนสงกรานต์ พอช่วงสงกรานต์ก็จะคืนผิวการจราจรให้ทั้งหมด หลังสงกรานต์ก็จะไปทำช่วงที่ 2 ต่อ” ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 กล่าว

“เพื่อให้โครงการนี้ทำงานได้เร็วขึ้น เพราะมีความเป็นห่วงเรื่องระยะเวลาก่อสร้าง จึงมีการปรับแบบ ก็เพื่อให้ดำเนินการได้ไวขึ้น จึงปรับแบบมีการใช้การเทลีนคอนกรีตแทนการปรับปรุงพื้นผิวทางเดิมเนื่องจากต้องใช้เวลาในการรื้อและบดอัด ชั้นพื้นก็จะมีการการเทลีนคอนกรีตหนา 8 เซนติเมตร เสร็จแล้วพอรีนคอนกรีตเซ็ตตัว ก็จะทำผิวคอนกรีตไปเลย เพื่อลดระยะเวลาแล้วก็เพิ่มความแข็งแรง ซึ่งคอนกรีตผิวทางตลอดทั้งเส้นนี้ หนา 25 เซนติเมตร” นายสิทธาฤทธิ์ฯ กล่าว

ต่อคำถามที่ว่าถนนเดิม ทำไมไม่ Overlay ซึ่งจะใช้เวลาในการทำงานไวกว่ามาก ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 อธิบายว่า การโอเวอร์เลย์ หรือว่า การเสริมผิว จะทำให้ระดับของผิวถนนมีความสูงขึ้น จะเกิดปัญหา ประการแรกผิวทางทีโอเวอร์เลย์จะกระทบกับบ้านเรือน 2 ข้างทาง เนื่องจากถนนสูงขึ้น ก็จำเป็นต้องทางเชื่อม ทางเชื่อมก็จะสูงขึ้น การเข้าออกของบ้านเรือนหรือว่าทางเชื่อมก็จะยากลำบากมากขึ้น อีกประการคือ ผิวทางความสูงที่ยกขึ้นจะไปอุดช่องระบายน้ำ จะเห็นว่าข้างทางจะเป็นทางเท้ามีช่องระบายน้ำ เมื่อผิวทางยกขึ้นช่องระบายน้ำก็จะแคบ พอช่องระบายน้ำแคบน้ำลงไม่ได้ อาจจะต้องมีการต่อทางเท้าให้สูงขึ้น รวมถึงต่อปากของปากของบ่อพักน้ำสูงขึ้น ซึ่งเมื่อยกทางเท้าให้นสูงขึ้น ก็มีผลกระทบกับบ้านเรือนสองข้าง โครงการฯ ก็คำนึงถึงเรื่องนี้ การยกถนนจะมีผลกระทบกับบ้านเรือนสองข้างเยอะ จึงออกแบบก่อสร้างให้รักษาระดับถนนเดิมไว้

“อีกประการ การโอเวอร์เลย์ทับลงไปผิวทางเดิมช่วงนี้ ไม่เหมาะสมที่จะดำเนินการ เนื่องจากทางส่วนวิเคราะห์ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่าชั้นพื้นทางเดิมชำรุดเสียหายไปหมดแล้ว ถ้าปล่อยทิ้งไว้ก็จะเสียหายอยู่ดี ก็ต้องรื้อแก้ตั้งแต่ชั้นพื้นทางขึ้นมา โดยสรุปการดำเนินการตามแบบที่มีการปรับปรุงเส้นทางช่วงนี้งานจะจบภายในภายในเดือนสิงหาคมหรืออาจจะไวกว่านั้น ขณะนี้เป็นการดำเนินการในช่วงแรกก็จะพยายามเร่งรัดให้เร็วขึ้น เป็นไปได้เราอยากจะจบเร็วกว่านั้น แต่ว่าช่วงที่ 1 การดำเนินการค่อนข้างจะสอดคล้องกับแผนที่วางไว้ ช่วงต่อไป คือ ช่วงที่ 2, 3, 4, 5, ช่วงที่ 6 ก็อาจจะเร็วขึ้นได้ เนื่องจากมีความชำนาญขึ้น แล้วก็อาจจะมีการปรับรูปแบบ แต่ไม่ต้องกลัวเพราะไม่ได้ทำพร้อมกัน จะทำทีละช่วง ทำเสร็จแล้วก็จะเปิด ทำเสร็จแล้วก็เปิด จะไม่มีการทำรื้อทีเดียวทั้งหมด ส่วนปัญหาเรื่องฝนก็มีโอกาสที่จะส่งผลกับการก่อสร้างบ้าง ก็คงต้องวางแผน ถ้ามีฝนตกอาจจะมีน้ำขัง ก็ต้องมีการเร่งระบายน้ำ สูบน้ำ ซึ่งมีการเตรียมพร้อมไว้แล้ว” นายสิทธาฤทธิ์ ปรีดานนท์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 กล่าว

โครงการก่อสร้างผิวทางคอนกรีต ทางหลวงหมายเลข 1001 แยกเทพปัญญา-แยกรวมโชค ระหว่าง กม.0+120-กม.1+405ระยะทาง 1.28 5กิโลเมตร.เริ่มสัญญา 24 มกราคม 2568 -สิ้นสุดสัญญา 21 สิงหาคม 2568 ระยะเวลา 210 วัน ลักษณะงานประกอบด้วย 3 Item ได้แก่ 1. งานรื้อผิวทางแอสฟัลต์ที่ชำรุด 2. ก่อสร้างผิวทางคอนกรีตหนา 25 CM. และ 3. ทำเครื่องหมายจราจร.