ตำรวจ - ทหาร » (มีคลิป) ผบ.นบ.ยส.35 แถลงผลปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดชายแดนเหนือ รอบ 6 เดือน ยึดยาบ้ากว่า 319 ล้านเม็ด เดินหน้ายกระดับการขยายผลทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติด

(มีคลิป) ผบ.นบ.ยส.35 แถลงผลปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดชายแดนเหนือ รอบ 6 เดือน ยึดยาบ้ากว่า 319 ล้านเม็ด เดินหน้ายกระดับการขยายผลทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติด

25 มีนาคม 2026
111   0

ผบ.นบ.ยส.35 แถลงผลปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดชายแดนเหนือ รอบ 6 เดือน ยึดยาบ้ากว่า 319 ล้านเม็ด เดินหน้ายกระดับการขยายผลทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติด

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) จัดประชุมและแถลงผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบ 6 เดือน (ตุลาคม 2568 – มีนาคม 2569) โดยมี พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการ นบ.ยส.35 เป็นประธานแถลงข่าว พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภายใต้แผนปฏิบัติการฯ อย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3/รอง ผบ.นบ.ยส.35, พลตำรวจตรี ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5, พลตำรวจตรี อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ รอง ผบช.ภ.6, พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผบ.กกล.ผาเมือง, พลตรี ไมตรี ชูปรีชา ผบ.กกล.นเรศวร, นายกิตติศักดิ์ วงศ์จีน อธิบดีอัยการภาค 5 ร่วมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดและปลัดจังหวัดจาก 6 จังหวัดชายแดน และผู้บริหารจากสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 5 และ ภาค 6

การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติงาน วิเคราะห์สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะถัดไป ซึ่งผลการดำเนินงานเชิงรุกในพื้นที่ 6 จังหวัด 25 อำเภอชายแดนภาคเหนือ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 15 มีนาคม 2569 มีผลการดำเนินงานที่สำคัญดังนี้

ด้านการสกัดกั้น สามารถตรวจยึดยาเสพติดได้เป็นจำนวนมาก อาทิ ยาบ้า จำนวน 319,623,284 เม็ด, ไอซ์ 6,709 กิโลกรัม, คีตามีน 659 กิโลกรัม และเฮโรอีน 60 กิโลกรัม โดยการสกัดกั้นเกิดเหตุปะทะกับกลุ่มขบวนการกว่า 38 ครั้ง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 133 ราย และมีฝ่ายขบวนการเสียชีวิต 25 ราย โดยพื้นที่หลักอยู่ในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ ปริมาณการตรวจยึดยาบ้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 86.67 เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา

ด้านการปราบปรามและขยายผล สามารถดำเนินการขยายผล จับกุม และออกหมายจับเครือข่ายการค้ายาเสพติดรายสำคัญ ซึ่งมีนายทุนเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านได้ 8 เครือข่าย โดยสามารถตรวจยึดทรัพย์สินกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดกว่า 322 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งด่านชั่วคราวและด่านถาวรครอบคลุมทั้ง 6 จังหวัด 25 อำเภอ ซึ่งมีการปฏิบัติสุ่มตรวจค้นกว่า 4,000 ครั้ง

ด้านการป้องกัน ได้ดำเนินการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน สามารถจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านชายแดนแล้วกว่า 2,103 หมู่บ้าน เพื่อร่วมเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส และสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โดยชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านได้ดำเนินกิจกรรมเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยงกว่า 107,299 ครั้ง

ด้านการอำนวยการ ได้ดำเนินการขับเคลื่อนด้านการข่าว ส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ประชุมหารือและกำกับติดตามการขับเคลื่อนการดำเนินงาน รวมถึงจัดโครงการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการทุกภาคส่วน ตลอดจนชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านชายแดน ให้มีศักยภาพสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ผู้บัญชาการ นบ.ยส.35 ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานประกอบการขนส่งพัสดุภัณฑ์ เพื่อกำกับติดตามมาตรการป้องกันการลักลอบลำเลียงยาเสพติด โดยเน้นตรวจสอบกระบวนการรับ–คัดแยก–จัดส่ง และมาตรการตรวจสอบพัสดุต้องสงสัย เพื่อยกระดับการป้องกันการใช้ระบบขนส่งเป็นช่องทางลำเลียงยาเสพติด

ทั้งนี้ สถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบันยังมีแนวโน้มรุนแรง โดยพบการผลิตในพื้นที่รัฐฉานและการลำเลียงผ่านประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทยเพิ่มขึ้น รูปแบบการกระทำผิดมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการซุกซ่อนในช่องลับของยานพาหนะ การอำพรางกับสินค้าทางการเกษตร การใช้บริการขนส่งพัสดุภัณฑ์ และมีการสื่อสารผ่านเครือข่ายดิจิทัล

นบ.ยส.35 ยังคงยึดแนวทางการบูรณาการ 5 มิติ ได้แก่ การข่าวเชิงรุก การสกัดกั้น การปราบปรามขยายผลและยึดทรัพย์ การป้องกัน และความร่วมมือระหว่างประเทศ ผ่านกลไกความร่วมมือต่าง ๆ เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่แนวชายแดนไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ตอนใน พร้อมยกระดับการดำเนินงานมุ่งเน้นการทำลายโครงสร้างเครือข่ายการค้ายาเสพติด ตั้งแต่ระดับนายทุนและผู้สั่งการ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายของแผนปฏิบัติการฯ ปกป้องสังคมไทยจากยาเสพติด.