สายธรรมะ » วัดเชียงยืน เชิญพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีบวงสรวงและเจริญพระพุทธมนต์ “อุปปาตะสันติคาถา (มหาสันติงหลวง)” เนื่องในวันจักรี ประจำปี 2569

วัดเชียงยืน เชิญพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีบวงสรวงและเจริญพระพุทธมนต์ “อุปปาตะสันติคาถา (มหาสันติงหลวง)” เนื่องในวันจักรี ประจำปี 2569

2 เมษายน 2026
89   0

วัดเชียงยืน เชิญพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีบวงสรวงและเจริญพระพุทธมนต์ “อุปปาตะสันติคาถา (มหาสันติงหลวง)” เนื่องในวันจักรี ประจำปี 2569

วัดเชียงยืน เดชเมืองเชียงใหม่ ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไป ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงและเจริญพระพุทธมนต์บท “อุปปาตะสันติคาถา” หรือ “มหาสันติงหลวง” เนื่องใน วันจักรี ประจำปีพุทธศักราช 2569 ในวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2569 ณ วัดเชียงยืน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประเทศชาติและประชาชนทุกหมู่เหล่า

พระครูสิริญาณวัชร์ เจ้าอาวาสวัดเชียงยืน เดชเมืองเชียงใหม่ เจริญพรว่า การจัดพิธีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชกุศลแด่พระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์ อีกทั้งยังเป็นการสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของล้านนา และเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลแก่สังคมโดยรวม
สำหรับกำหนดการพิธีในวันดังกล่าว เริ่มตั้งแต่เวลา 09.09 น. ประกอบพิธีถวายราชสักการะบูชาบวงสรวงมหาเทพมหาพรหม เทพยดาอารักษ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามคติความเชื่อของล้านนา โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ ประธานมูลนิธิอาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ และประธานมูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา เป็นประธานในพิธี ณ อุโบสถแปดเหลี่ยมมหาอุด ภายในวัดเชียงยืน

ต่อมาในเวลา 17.09 น. พระครูสิริญาณวัชร์ พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงาน ได้นิมนต์พระมหาเถราจารย์จากวัดมงคลนามในเขตทักษาเมืองเชียงใหม่ ร่วมเจริญพระพุทธมนต์บท “อุปปาตะสันติคาถา” หรือ “มหาสันติงหลวง” (ฉบับแปล) ร่วมกับคณะศรัทธาประชาชนผู้เข้าร่วมพิธี เพื่อความเป็นสิริมงคล ป้องกันภัยพิบัติ และเสริมสร้างความร่มเย็นเป็นสุขแก่บ้านเมือง
ทั้งนี้ พิธีดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนถึงพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ภาคเหนือ ที่ยังคงร่วมกันอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมล้านนาอันทรงคุณค่าให้คงอยู่สืบไป

พร้อมทั้งเป็นการรวมพลังแห่งความสามัคคี สร้างขวัญและกำลังใจแก่ประชาชนในทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน
จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน เข้าร่วมพิธีตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อร่วมกันสืบสานพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นล้านนาให้ดำรงอยู่คู่สังคมไทยตลอดไป.