ตำรวจ - ทหาร » แม่ทัพภาค 3 ลุยส่วนหน้า! สั่งประเมินสมรภูมิไฟป่าเหนือ กำชับคุมเข้มหมอกควัน-ฝุ่นละออง”

แม่ทัพภาค 3 ลุยส่วนหน้า! สั่งประเมินสมรภูมิไฟป่าเหนือ กำชับคุมเข้มหมอกควัน-ฝุ่นละออง”

8 เมษายน 2026
69   0

แม่ทัพภาคที่ 3 ติดตามการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้าเพื่อประเมินสถานการณ์การเกิดไฟป่าหมอกควันในพื้นที่

ที่ ศอ.ปกป.ภาค 3 สน. อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 / ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ติดตามการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้าเพื่อประเมินสถานการณ์การเกิดไฟป่าหมอกควันในพื้นที่ ก่อนที่ช่วงบ่ายของวันนี้ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะจะเดินทางมาติดตามการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน ที่กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่

ทั้งนี้ ห้วงตั้งแต่ 1 มกราคม – 5 เมษายน 2569 จากการติดตามสถานการณ์จุดความร้อนในพื้นที่พบว่า เกิดจุดความร้อนสะสม 48,529 จุด เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาลดลง 1,737 จุด คิดเป็นร้อยละ 3.46 พบสูงสุดที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 6,977 จุด, รองลงมาคือ จังหวัดเชียงใหม่ 6,840 จุด และ จังหวัดลำปาง 6,690 จุด ตามลำดับ ซึ่งจากข้อมูลยังพบว่า ปัจจุบันมีจังหวัดที่มีจุดความร้อนเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 7 จังหวัดประกอบด้วย จังหวัดเชียงราย เพิ่มขึ้น 1,106 จุด คิดเป็นร้อยละ 62.10 รองลงมาคือ จังหวัดเชียงใหม่ เพิ่มขึ้น 2,809 จุด คิดเป็นร้อยละ 41.07, จังหวัดแพร่ เพิ่มขึ้น 286 จุด คิดเป็นร้อยละ 8.76, จังหวัดพะเยา เพิ่มขึ้น 210 จุด คิดเป็นร้อยละ 7.77, จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพิ่มขึ้น 222 จุด คิดเป็นร้อยละ 3.17 และ จังหวัดลำพูน เพิ่มขึ้น 41 จุด คิดเป็นร้อยละ 1.90
ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ป่าสงวงแห่งชาติ 23,605 จุด รองลงมาคือ พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 19,458 จุด และพื้นที่เขต สปก. 2,227 จุด ตามลำดับ
เมื่อแบ่งพื้นที่ตามการใช้งานพบว่า สูงสุดในพื้นที่ป่า 40,989 จุด รองลงมา พื้นที่ข้าวโพดและไร่หมุนเวียน 2,951 จุด และพื้นเกษตรอื่นๆ 2,109 จุด ตามลำดับ

ขณะที่ข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ ห้วง 1 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2569 ตรวจพบพื้นที่เผาไหม้ 2,279,049 ไร่ เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับปี 2568 ในห้วงเวลาเดียวกัน ลดลง 1,082,777 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 32.21 และเมื่อนำมาแยกรายจังหวัด พบว่า เกิดพื้นที่เผาไหม้สูงสุดที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ 535,596 ไร่ รองลงมาคือ จังหวัดนครสวรรค์ 524,498 ไร่ และ จังหวัดพิจิตร 216,593 ไร่ ตามลำดับ

สำหรับค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ อยู่ที่ 9.40 – 343.90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศส่วนใหญ่อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ จำนวนวันเกินเกณฑ์มาตราฐาน จำนวน 76 วัน ซึ่งจังหวัดที่มีผลกระทบต่อสุขภาพสูงสุด 3 จังหวัด คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 343.90 มคก./ลบ.ม. รองลงมาคือจังหวัดเชียงใหม่ 343.10 มคก./ลบ.ม. และ จังหวัดเชียงราย 225.40 มคก./ลบ.บ. เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาในห้วงเวลาเดียวกัน ลดลงร้อยละ 44.64 และเมื่อนำมาแยกรายจังหวัด พบว่าสูงสุดที่ จังหวัดพิษณุโลก 59 วัน รองลงมาคือ จังหวัดลำพูน 50 วัน และ จังหวัดอุทัยธานี 48 วัน ตามลำดับ

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากองทัพภาคที่ 3 ได้มอบหมายให้ร่วมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ฝ่ายทหาร) การประสานงานกับภาคีเครือข่ายเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่ ทั้งการลาดตระเวน ทำแนวกันไฟ ดับไฟ และการบังคับใช้กฎหมาที่มีจำนวนกว่า 30 ครั้งรวมทั้งการ รณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับ ประชาชนในพื้นที่
ขณะเดียวกันกองทัพภาคที่ 3 ได้จัดกำลังจาก มณฑลทหารบกที่ 33 กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 4 กองพันพัฒนาที่ 3 กรมทหารพรานที่ 35 และ กรมทหารพรานที่ 36 สนับสนุน จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำปางเพื่อปฏิบัติภารกิจ ลาดตระเวน เฝ้าระวัง และดับไฟป่า ในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดลำปาง ตามที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ร้องขอ

สำหรับการดำเนินการด้านอากาศยาน ห้วงตั้งแต่ 13 กุมภาพันธ์ – 5 เมษายน 2569 ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า บูรณาการอากาศยานร่วมกับภาคีเครือข่าย ในการลาดตระเวน และดับไฟป่า ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดเชียงราย, จังหวัดลำพูน, จังหวัดลำปาง, จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดพะเยา โดย
– อากาศยาน จาก กองทัพบก MI-17 ปฏิบัติการทิ้งน้ำดับไฟป่า จำนวน 8 เที่ยวบิน ปริมาณน้ำ 28,000 ลิตร
– อากาศยาน จาก กองทัพอากาศ BT-67 ปฏิบัติการโปรยน้ำดับไฟป่า จำนวน 2 เที่ยวบิน ปริมาณน้ำ 6,000 ลิตร อากาศยาน AU-23 และ AT-6 ทำการลาดตระเวนทางอากาศ จำนวน 3 เที่ยวบิน พร้อมทั้ง โดรนพระราชทาน ค้นหาจุดความร้อน จำนวน 13 เที่ยวบิน
– อากาศยาน จาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย KA–32 ปฏิบัติการทิ้งน้ำดับไฟป่า จำนวน 183 เที่ยวบิน ปริมาณน้ำ 549,000 ลิตร
– อากาศยาน จาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม H-130 ปฏิบัติการ
ทิ้งน้ำดับไฟป่า จำนวน 1,060 เที่ยวบิน ปริมาณน้ำ 532,200 ลิตร
– อากาศยาน จาก กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ปฏิบัติการ ดัดแปรสภาพอากาศ จำนวน 43 ครั้ง ปริมาณสาร 26,600 กิโลกรัม.