ตำรวจ - ทหาร » (มีคลิป) เชื่อมสัมพันธ์สองแผ่นดิน! ไทย-เมียนมา จัดกิจกรรมหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนาน พลิกฟื้นเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ณ ช่องทางกิ่วผาวอก

(มีคลิป) เชื่อมสัมพันธ์สองแผ่นดิน! ไทย-เมียนมา จัดกิจกรรมหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนาน พลิกฟื้นเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ณ ช่องทางกิ่วผาวอก

9 เมษายน 2026
61   0

เชื่อมสัมพันธ์สองแผ่นดิน! ไทย-เมียนมา จัดกิจกรรมหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนาน พลิกฟื้นเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ณ ช่องทางกิ่วผาวอก

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 บรรยากาศบริเวณช่องทางผ่อนปรนทางการค้าช่องทางกิ่วผาวอก ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เต็มไปด้วยความคึกคักและมิตรภาพ เมื่อกองกำลังผาเมือง โดยหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ร่วมกับอำเภอเชียงดาว และทางการเมียนมา จัดกิจกรรมครั้งใหญ่ภายใต้ “โครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา” และ “โครงการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชน (People to People Connectivity)” ประจำปี 2569 เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างบ้านอรุโณทัย (ฝั่งไทย) และบ้านโป่งป่าแขม (ฝั่งเมียนมา)

งานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก พ.อ.อำนาจ วชิรศักดิ์โสภานะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ และ นายปณิธาน แก้วติ๊บ ปลัดอาวุโสอำเภอเชียงดาว รักษาราชการแทนนายอำเภอเชียงดาว เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย พร้อมด้วยคณะนายทหารระดับบังคับบัญชา และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ขณะที่ฝ่ายเมียนมานำโดย พ.ต.ตานทุนอู รองผู้บังคับกองบังคับการยุทธศาสตร์ที่ 2 และ พ.ต.โหว่ย หย่าน อ่อง รักษาราชการผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 65 พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่นและประชาชนจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมกิจกรรมอย่างล้นหลามกว่า 2,000 คน

กิจกรรมภายในงานมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือในทุกมิติ ทั้งการรักษาสิ่งแวดล้อมผ่าน กิจกรรมทำแนวกันไฟ 2 แผ่นดิน เพื่อป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควันข้ามพรมแดน การสืบสานประเพณีอันดีงามผ่าน พิธีสรงน้ำพระ 2 แผ่นดิน และการแลกเปลี่ยนการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงรากเหง้าที่คล้ายคลึงกันของคนทั้งสองฝั่ง นอกจากนี้ยังมีการมอบต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว การจัดนิทรรศการจากส่วนราชการ การแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อเพื่อสร้างความสามัคคี รวมถึงการออกหน่วยบริการตรวจรักษาโรคเบื้องต้นให้กับประชาชน

ไฮไลท์สำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดนคือ การเปิดตลาดนัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมีร้านค้าเข้าร่วมกว่า 50 ราย นำสินค้าหลากหลายประเภทมาวางจำหน่าย อาทิ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ผักสด และเครื่องดื่ม สร้างรอยยิ้มและรายได้ให้กับคนในชุมชนทั้งสองประเทศอย่างทั่วถึง กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนผ่านกลไกความร่วมมือในระดับท้องถิ่นที่เข้มแข็งและยั่งยืน.