ชลประทานเชียงใหม่ “เตรียมพร้อมรับมือภัยแล้ง 2569” สั่งทุกหน่วยลงพื้นที่ สำรองน้ำ เตรียมเครื่องจักรช่วยประชาชน


วันที่ 24 เม.ย. 69 โครงการชลประทานเชียงใหม่เดินหน้าตามนโยบายรัฐบาล เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งปี 2569 หลังพบแนวโน้มภัยแล้งรุนแรงขึ้นจากผลกระทบของคลื่นความร้อน ที่ทำให้ปริมาณน้ำฝนสะสมตั้งแต่ต้นปี 2569 น้อยกว่าค่าปกติ ร้อยละ 61 สำหรับภาคเหนือ


นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายังพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และนโยบายของกรมชลประทาน ให้มีการเตรียมความพร้อมในการป้องกันสถานการณ์ภัยแล้ง 2569 ที่เริ่มมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ประกอบกับสภาวะเอลนีโญ ที่เริ่มมีผลกระทบให้ฝนตกน้อยลง


จากข้อสั่งการดังกล่าว เพื่อให้มีการเตรียมรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง จึงได้สั่งการให้ นายชนม์ฐพัฒน์ เครือศรี หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทานโครงการชลประทานเชียงใหม่, นายวิสูตร จันทร์เขียว หัวหน้าฝ่ายช่างกล รวมทั้งหัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1-8 และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการบริหารจัดการน้ำ ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง และรายงานให้ฝ่ายจัดสรรน้ำโดยด่วน เพื่อเตรียมการขอใช้เครื่องสูบน้ำได้ทันที พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้ดำเนินการปรับแผนการส่งน้ำและการระบายน้ำให้เหมาะสม โดยเน้นการใช้น้ำอย่างประหยัด ซึ่งปัจจุบันพบว่า ปริมาณน้ำเก็บกักของอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 13 แห่ง มีเพียง 67 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 65 จาก 103 ล้าน ลบ.ม. และต้องสงวนน้ำไว้ใช้เพื่อรักษาปริมาณน้ำต้นทุนให้เพียงพอสำหรับช่วงต้นฤดูฝน และขอความร่วมมือทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด


นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ตรวจสอบความพร้อมของยานพาหนะ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการช่วยเหลือประชาชน หากพบชำรุดให้เร่งซ่อมแซมโดยด่วน ให้ประสานมาที่หัวหน้าฝ่ายช่างกล เพื่อเข้าดำเนินการโดยเฉพาะรถบรรทุกน้ำและเครื่องสูบน้ำ ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและพร้อมปฏิบัติการทันที ขณะเดียวกันได้สนับสนุนเครื่องจักรให้ดำเนินการขุดลอกและเปิดทางน้ำในแต่ละพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการในลุ่มน้ำวาง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเพื่อประสานงานกับเกษตรกรและหน่วยงานภายนอก โดยให้จัดทำแผนงานเสนอฝ่ายวิศวกรรมเพื่อรวบรวมและดำเนินการอย่างเป็นระบบ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเพื่อประสานงาน และรับเรื่องร้องเรียน กับเกษตรกร และหน่วยงานภายนอก





ทั้งนี้ ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินตาม 8 มาตราการรับมือฤดูแล้ง ปี 2568/69 เพื่อให้เกษตรกรในเขตชลประทานได้รับน้ำอย่างทั่วถึง ตรวจสอบระบบส่งน้ำ อ่างเก็บน้ำ ประตูน้ำ และฝายทดน้ำใช้สามารถใช้งานได้ พร้อมรายงานสถานการณ์ให้ทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที ลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคการเกษตรในช่วงฤดูแล้งปี 2569 ให้ได้มากที่สุด.