ACSC สนธิกำลังทลายแผนเหนือเมฆ! บุกช่วยหนุ่มจีนเหยื่อคอลเซ็นเตอร์ลวงข้ามชาติขู่รีดเงิน 10 ล้าน บังคับกักตัวเรียกค่าไถ่ตัวเองกลางกรุง พร้อมเปิดสถิติศักราชใหม่ “แอบอ้างเจ้าหน้าที่รัฐ” ทุบสถิติโกยเงินเหยื่อสัปดาห์เดียวพุ่งกระฉูด 71 ล้านบาท

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. ได้แถลงผลการดำเนินงานสืบสวนจับกุมและช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวงทางเทคโนโลยีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน ถึง 4 กรกฎาคม 2569) พบสถิติที่น่าสะพรึงกลัว โดยมีการแจ้งความผ่านระบบ Thaipoliceonline สูงถึง 5,588 คดี รวมมูลค่าความเสียหายพุ่งทะลุ 207,728,124 บาท ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าเกือบ 500 คดี และมีมูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้นถึง 47.5 ล้านบาท

จากการวิเคราะห์เจาะลึกของทีมเจ้าหน้าที่พบว่า “การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ” ยังคงครองแชมป์คดีที่มีจำนวนมากที่สุดถึง 4,400 คดี หรือคิดเป็นร้อยละ 78.7 ของคดีทั้งหมด ทว่าในแง่ของความรุนแรงทางการเงินกลับพบว่า “การหลอกลวงโดยการแอบอ้างเป็นบุคคลอื่นหรือเจ้าหน้าที่รัฐ” เป็นกลุ่มคดีที่สร้างความเสียหายสูงสุด โดยมิจฉาชีพสามารถโกยเงินจากกระเป๋าประชาชนไปได้มากถึง 71.75 ล้านบาทในสัปดาห์เดียว ซึ่งกลุ่มผู้เสียหายส่วนใหญ่ยังคงเป็นเพศหญิง และกลุ่มวัยรุ่นถึงวัยทำงานอายุระหว่าง 21-30 ปี เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ตกเป็นเหยื่ออย่างต่อเนื่อง โดยมีพื้นที่กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และสมุทรปราการ ครองแชมป์จังหวัดที่มีผู้เสียหายแจ้งความและสูญเสียทรัพย์สินมากที่สุด

สำหรับปฏิบัติการช่วยเหลือเหยื่อรายสำคัญในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ Warroom ศูนย์ ACSC ได้ประสานกำลังร่วมกับตำรวจ สน.ปทุมวัน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจท่องเที่ยว บุกเข้าช่วยเหลือชายชาวจีนรายหนึ่งภายในโรงแรมย่านปทุมวัน หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติต้มตุ๋นจนเปื่อย โดยคนร้ายแอบอ้างเป็นตำรวจจีนข่มขู่ว่าพัวพันคดีอาชญากรรมจนเหยื่อกลัวและยอมโอนเงินให้ไปแล้ว 4 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 2 ล้านหยวน หรือประมาณ 10 ล้านบาท ขณะพำนักอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย จากนั้นคนร้ายได้ออกอุบายลวงให้เดินทางมาประเทศไทยอ้างว่าจะส่งตัวกลับจีน แต่กลับบังคับให้เหยื่ออัดคลิปเรียกค่าไถ่ตัวเองจากพ่อแม่แลกกับอิสรภาพ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถเข้าทำการสกัดกั้นและช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัยก่อนจะมีการโอนเงินซ้ำสอง นอกจากนี้ยังได้เข้าช่วยเหลือหญิงไทยวัย 44 ปี ในพื้นที่อำเภอสำโรงเหนือ จังหวัดสมุทรปราการ ที่ถูกมิจฉาชีพหลอกเทรดทองคำผ่านแอปพลิเคชันปลอม จนสูญเงินไปกว่า 2 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่สามารถระงับการโอนเงินเพิ่มเติมและเร่งรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดี


ทางศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) จึงออกประกาศแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้รู้เท่าทันกลโกง โดยเน้นย้ำว่า เจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ, ดีเอสไอ หรือ ปปง. จะไม่มีการโทรศัพท์ไปแจ้งข้อกล่าวหา ไม่มีการส่งหมายจับผ่านไลน์ ไม่มีการสอบปากคำผ่านวิดีโอคอล และที่สำคัญที่สุดคือ “ไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์” อย่างเด็ดขาด หากประชาชนพบพฤติการณ์ในลักษณะนี้ให้รีบวางสายทันที และสามารถแจ้งเหตุหรือขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วน AOC 1441 หรือแจ้งความออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่ www.thaipoliceonline.go.th.