สสส. / สคล. เหนือบน กางแผนยุทธศาสตร์ “ห่วงโซ่ผลลัพธ์ ปี 71” ผนึกสื่อท้องถิ่นขับเคลื่อนชุมชนสุขภาวะ ดันมาตรการ “วัดปลอดเหล้า” และวิถีบุญสร้างสุขลดละเลิก 10% พร้อมเตรียมคิกออฟความร่วมมือครั้งสำคัญกับ ตำรวจภูธรภาค 5 เข้าร่วม โครงการงดเหล้าเข้าพรรษา “ตำรวจใจเพชร”




เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2569 ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน (สคล.) เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สร้างสุขภาวะอย่างยั่งยืน จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับ “เครือข่ายสื่อมวลชนท้องถิ่น ภาคเหนือตอนบน” ณ โรงแรมอมอร่า ท่าแพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมกันวางรากฐานและสร้างความเข้าใจในการสื่อสารเพื่อสังคม โดยมุ่งเน้นการบูรณาการพลังระหว่างภาคประชาสังคมและสื่อมวลชนในพื้นที่ ยกระดับกลไกการสื่อสารให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของยุคดิจิทัล และร่วมกันขับเคลื่อนประเด็นลดปัจจัยเสี่ยงอย่างเป็นระบบ



การทำงานในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ในการก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 กับภารกิจเครือข่ายงดเหล้า ที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน ยกระดับงานรณรงค์เชิงคุณภาพเพื่อนำไปสู่สังคมสุขปลอดเหล้าและลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพอย่างยั่งยืน



บรรยากาศภายในงานเริ่มต้นด้วยเวทีชี้แจงเป้าหมายและกิจกรรมละลายพฤติกรรมเพื่อกระชับความสัมพันธ์ในเครือข่าย ก่อนจะเข้าสู่การเสวนาจุดประกายความคิดและถอดบทเรียนความสำเร็จของการทำงานสื่อสารในพื้นที่ภาคเหนือ จากนั้นได้เข้าสู่ไฮไลต์สำคัญคือการระดมสมองวิเคราะห์ทุนและโอกาสผ่านกระบวนการ SWOT Analysis เพื่อค้นหาจุดแข็งและข้อจำกัดของสื่อท้องถิ่น ก่อนจะร่วมกันเจาะลึกแคมเปญรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2569” ภายใต้แนวคิด “งดเหล้าเข้าพรรษา เก็บแต้มสุขภาพดี : 90 วัน สิ่งดีๆ จะเกิดขึ้น” เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดทำแผนปฏิบัติการและสร้างกลไกการส่งต่อข้อมูลข่าวสารที่มีประสิทธิภาพร่วมกันในอนาคต



ไฮไลต์สำคัญในปีนี้ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน พร้อมเตรียมคิกออฟความร่วมมือครั้งสำคัญกับ ตำรวจภูธรภาค 5 เข้าร่วม โครงการงดเหล้าเข้าพรรษา “ตำรวจใจเพชร” โดยได้ประสานงานไปยังฝ่ายอำนวยการตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อเชิญชวนสถานีตำรวจในสังกัดทั้ง 156 สภ. เข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา “เก็บแต้มคุณภาพดี 90 วัน สิ่งดีๆ จะเกิดขึ้น” เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีในการลดละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดูแลสุขภาพของข้าราชการตำรวจ และสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน พร้อมทั้งได้ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายสื่อมวลชนในการช่วยประชาสัมพันธ์และนำเสนอข่าวสารของโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง



นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ร่วมกันกางแผนโมเดลยุทธศาสตร์ “ห่วงโซ่ผลลัพธ์” ชุมชนมุ่งเป้าผลลัพธ์สู่ปี 2571 ซึ่งเน้นการพัฒนาทักษะแกนนำและการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ผ่านการขับเคลื่อนกิจกรรมหลักที่สำคัญอย่างกระบวนการ “7 ช.” ได้แก่ ชวน ช่วย ชม เชียร์ ชง เช็ค และเชิดชู เพื่อผลักดันให้เกิดการลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่อย่างน้อย 10% ในกลุ่มผู้ดื่มเสี่ยง ควบคู่ไปกับการรณรงค์ลดอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับให้ลดลง 10% ตลอดจนการสร้างภูมิคุ้มกันในกลุ่มเยาวชนและครอบครัว เพื่อป้องกันนักดื่มและนักสูบหน้าใหม่ไม่ให้ทดลองก่อนอายุ 20 ปี






ขณะเดียวกัน ได้มีการเน้นย้ำถึงการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมและมาตรการเชิงนโยบายชุมชนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการขับเคลื่อน “โครงการวัดปลอดเหล้า” และการกำหนดกติกาชุมชนให้งานศพปลอดเหล้าบุหรี่ งานบุญประเพณีสร้างสุข กิจกรรมกีฬาและดนตรีปลอดเหล้า รวมถึงการกวดขันให้ร้านค้าในชุมชนปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีของประชาชนในภาคเหนือตอนบนอย่างเป็นรูปธรรม.