ตำรวจ - ทหาร » สืบภาค 5 รวบ 4 ผู้ต้องหา ตุ๋นบริษัททัวร์แม่ริมสูญเฉียดล้าน สารภาพอมเงินแก๊งเทศใช้เที่ยว-เล่นพนัน

สืบภาค 5 รวบ 4 ผู้ต้องหา ตุ๋นบริษัททัวร์แม่ริมสูญเฉียดล้าน สารภาพอมเงินแก๊งเทศใช้เที่ยว-เล่นพนัน

12 กรกฎาคม 2026
61   0

สืบภาค 5 รวบ 4 ผู้ต้องหา ตุ๋นบริษัททัวร์แม่ริมสูญเฉียดล้าน สารภาพอมเงินแก๊งเทศใช้เที่ยว-เล่นพนัน

ตำรวจภูธรภาค 5 นำโดยศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ภ.5) ร่วมกับกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 และสถานีตำรวจภูธรแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ประสบความสำเร็จในการกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลังสนธิกำลังร่วมกันเข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจำนวน 4 ราย ซึ่งร่วมกันก่อเหตุหลอกลวงโอนเงินจากบริษัทท่องเที่ยวชื่อดังในพื้นที่อำเภอแม่ริม ส่งผลให้ธุรกิจได้รับความเสียหายคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 800,000 บาท

คดีนี้เริ่มเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยนักธุรกิจด้านการท่องเที่ยวรายหนึ่งซึ่งเป็นผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากพบความผิดปกติในระบบการเงินของบริษัท เนื่องจากมีกลุ่มมิจฉาชีพแอบลักลอบเข้าไปตั้งค่าในระบบโอนเงิน แล้วใช้อุบายหลอกลวงให้ผู้มีอำนาจอนุมัติรายการหลงเชื่อว่าเป็นธุรกรรมตามปกติ จนกระทั่งมีการกดยืนยันการโอนเงินออกไป ภายหลังเมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดจึงพบว่าเงินถูกโอนไปยังบัญชีปลายทางที่บริษัทไม่เคยติดต่อหรือทำธุรกรรมด้วยมาก่อน ผู้เสียหายจึงมั่นใจว่าถูกแก๊งไซเบอร์เจาะระบบเข้ามาหลอกลวงผ่านคอมพิวเตอร์อย่างแน่นอน

หลังรับแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แกะรอยตามเส้นทางการเงินอย่างกระชั้นชิดจนพบว่ามีบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในครั้งนี้จำนวน 2 บัญชี พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การอนุมัติหมายจับ และสามารถบุกรวบตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 รายได้พร้อมกันเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาหนักร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคารเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

จากการสอบสวนหนึ่งในผู้ต้องหาให้การรับสารภาพอย่างหมดเปลือก โดยอ้างว่าตนเองรู้จักกับชายชาวต่างชาติคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ชักชวนให้นำบัญชีธนาคารของคนสนิทไปใช้เป็นบัญชีม้าคอยรับโอนเงิน แลกกับการที่จะได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์อย่างงาม ต่อมาเมื่อมีเงินก้อนโตจำนวน 800,000 บาทของบริษัททัวร์โอนเข้ามาในบัญชีจริง ๆ ตนกลับเกิดความโลภและตัดสินใจหักหลังชาวต่างชาติคนดังกล่าว โดยไม่ได้โอนเงินต่อให้ตามที่ตกลงไว้ แต่กลับเชิดเงินทั้งหมดไปใช้ซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ นำไปใช้จ่ายส่วนตัว เที่ยวเตร่ และนำไปถลุงเล่นการพนันออนไลน์จนหนำใจ อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด และกำลังเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อลากคอผู้ร่วมขบวนการรวมถึงตัวการใหญ่ที่เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป.