ลุยจับจริง! ทน.เชียงใหม่สั่งคุมเข้มลานท่าแพ ห้ามให้อาหารนกพิราบเด็ดขาด ฝ่าฝืนคุก 3 ปี ปรับเฉียด 3 หมื่น ชี้เสี่ยงสูดเชื้อราจากมูลนกทำปอด-สมองอักเสบ
เทศบาลนครเชียงใหม่เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยทางสุขภาวะของเมืองอย่างเข้มงวด โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่เทศกิจได้ลงพื้นที่ปูพรมจัดระเบียบและควบคุมประชากรนกพิราบในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะบริเวณจุดเช็กอินแลนด์มาร์กสำคัญอย่างลานประตูท่าแพและพื้นที่โดยรอบ ซึ่งจากการตรวจสอบยังคงพบผู้ฝ่าฝืนแอบให้อาหารนกพิราบอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตักเตือน ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง พร้อมขอความร่วมมืออย่างเด็ดขาดให้งดการให้อาหารนกในที่สาธารณะ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสุขภาวะที่ดีของประชาชนและนักท่องเที่ยว ตามนโยบาย “เชียงใหม่ใหม่เสมอ ด้านนครแห่งสุขภาวะ”
สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการดำเนินงานตามมาตรการเชิงรุกที่เทศบาลนครเชียงใหม่ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเน้นทั้งการสร้างความเข้าใจควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยผู้ที่ฝ่าฝืนให้อาหารนกพิราบในที่สาธารณะจะต้องถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 ซึ่งมีโทษปรับอีก 2,000 บาท
ขณะเดียวกัน ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ออกโรงแจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้หลีกเลี่ยงการสัมผัส คลุกคลี หรืออยู่ใกล้ชิดกับนกพิราบ เนื่องจากนกพิราบเป็นพาหะนำโรคติดต่อร้ายแรงหลายชนิด โดยเฉพาะโรคคริปโตคอคโคซิส ซึ่งเกิดจากเชื้อราที่เติบโตและพบมากในมูลของนกพิราบ หากสูดดมละอองมูลนกที่มีเชื้อนี้เข้าไป จะเสี่ยงต่อการติดเชื้ออย่างรุนแรงที่ปอดและระบบประสาท โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ นอกจากนี้ นกพิราบยังเป็นพาหะของโรคไข้สมองอักเสบ โรคปอดอักเสบจากเชื้อรา รวมถึงโรคไข้หวัดนก ซึ่งล้วนอันตรายถึงชีวิต เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมมือกันงดให้อาหารนก เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดและลดประชากรนกพิราบในเขตเมืองอย่างยั่งยืน