เชียงใหม่ – เมียร่ำไห้ร้องขอความเป็นธรรม กรณีอุ้มผัวควาญช้างทิ้งข้างทางสาหัส ล่าสุดมอบตัวครบทีม



ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยงพร้อมด้วยภรรยาของควาญช้างผู้ตกเป็นเหยื่อ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและขอให้ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อเหตุอย่างเด็ดขาดที่สุด โดยมี พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ (ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่) เดินทางลงมารับหนังสือจากมือของภรรยาผู้เสียหายโดยตรง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ภรรยาผู้บาดเจ็บร่ำไห้ตลอดเวลาเนื่องจากสามีเป็นเสาหลักของครอบครัวที่ต้องดูแลทั้งตนเองและลูก เมื่อกลายเป็นสภาพเช่นนี้ทำให้ครอบครัวขาดรายได้และไร้หนทางไปต่อ จึงอยากวอนสื่อมวลชนส่งเสียงไปถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ช่วยเมตตาและมอบความยุติธรรมให้กับครอบครัวของตนด้วย นอกจากนี้ ภรรยาผู้เสียหายยังได้ยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือแก่นายสมชิด กันธะยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต 5 พรรคประชาชน และรวมถึงยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อให้ช่วยคุ้มครองและเรียกร้องสิทธิ์ให้กับกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงอีกทางหนึ่ง


ทางด้าน พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยถึงความคืบหน้าทางคดีว่า ขณะนี้ผู้บาดเจ็บยังมีอาการสาหัสและนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ทำให้ยังไม่สามารถให้ปากคำได้ อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนสอบสวนเชิงลึกและการสอบปากคำพยานแวดล้อมรวมถึงญาติของผู้เสียหาย พบว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ที่ก่อเหตุคือเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด ตชด.33 จำนวน 5 นาย ซึ่งเป็นชุดปฏิบัติการด้านยาเสพติด โดยมีนายตำรวจยศ ร้อยตำรวจเอก (ร.ต.อ.) เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการในครั้งนี้ ล่าสุดตำรวจทั้ง 5 นายได้เดินทางเข้าแสดงตัวและมอบตัวกับพนักงานสอบสวนครบทุกนายแล้ว



ในเบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ตำรวจทั้ง 5 นาย ในความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ไว้ก่อน ส่วนข้อหาอื่นๆ ยังต้องรอผลการสอบสวน รวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงต้องรอสอบปากคำจากตัวผู้เสียหายอย่างละเอียดอีกครั้งหลังจากอาการดีขึ้น เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมและเตรียมส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามกฎหมาย




ทั้งนี้ จากการสอบปากคำเบื้องต้น กลุ่มตำรวจ ตชด.33 ทั้ง 5 นายยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าในวันเกิดเหตุได้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่จริง และได้นำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บขึ้นนั่งบริเวณท้ายรถกระบะ แต่ระหว่างทางผู้บาดเจ็บเกิดพลัดตกลงมาจากท้ายรถเอง ซึ่งในตอนนั้นเห็นว่าไม่ได้บาดเจ็บรุนแรงอะไรและตั้งใจจะพาตัวเข้าไปยังหน่วยปฏิบัติการ จึงได้นำร่างไปพักไว้ในจุดที่มีคนมาพบร่าง ซึ่งคำให้การดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลฝั่งผู้ต้องหาที่พนักงานสอบสวนรับฟังไว้เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น โดยหลังจากนี้หากผู้เสียหายพ้นขีดอันตรายและสามารถพูดคุยได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะรีบนำกำลังเข้าไปสอบปากคำโดยทันทีเพื่อคลี่คลายข้อเท็จจริงทั้งหมดและดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาให้ถึงที่สุด.