เชียงใหม่ – ซับน้ำตายายวัยเกือบ 70! ไฟไหม้บ้านวอดสิ้นเนื้อประดาตัว นายกฯ สันป่าเปานำทีมระดมช่วย เจ้าตัวซาบซึ้ง “คนไทยไม่ทิ้งกัน”



เชียงใหม่ – นายกเทศบาล สันป่าเปาเร่งระดมความช่วยเหลือ ช่วยซับน้ำตาคุณยายไฟไหม้บ้าน สิ้นเนื้อประดาตัว เจ้าตัวเผยอายุและสังขารมาถึงขนาดนี้กลับมาเจอเรื่องแบบนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว แต่ก็ยังปลื้มใจคนไทยไม่ทิ้งกันจริงๆ


เมื่อเวลา 16.00น ของวันพุธที่ 29 เดือนกรกฎาคม 69 นายสุนัน ศรีวิชัย นายกเทศบาลตำบลสันป่าเปาพร้อมทีมงานผู้บริหาร เจ้าหน้าที่สมาชิกสภาเทศบาล ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แม้กระทั่งเจ้าอาวาสวัดสันป่าก้าง ตำบลสันป่าเปา อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เร่งระดมการช่วยเหลือ นางขันคำ มาลีย์ หลังจากที่ วันอังคารที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านครึ่งไม้ครึ่งปูน ๒ ชั้น เลขที่ ๓ หมู่ที่ ๔ บ้านหัวโก ตำบลสันป่าเปา อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านของ นางขันคำ มาลีย์ โดยไฟได้ลุกโชนอย่างรวดเร็ว แม้ชาวบ้านในพื้นที่ที่เห็นเหตุการณ์จะพยายามช่วยกันดับไฟ แต่ก็ไม่ทันการณ์


หลังได้รับแจ้งเหตุ นายสุนัน ศรีวิชัย นายกเทศมนตรีตำบลสันป่าเปา ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิง พร้อมรถน้ำจำนวน 3 คัน จากเทศบาลตำบลสันป่าเปาและเทศบาลตำบลหนองแหย่ง เข้าฉีดน้ำระงับเหตุอย่างเร่งด่วน แต่ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ประกอบกับตัวบ้านเป็นไม้เก่าแก่ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วและลอบไหม้บ้านวอดเสียหายทั้งหลังภายในเวลาเพียง 30 นาที จนไม่สามารถ ยกเข้า ของออกมาได้ ส่งผลให้ทรัพย์สินที่หามาทั้งชีวิตและของใช้ภายในบ้านถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด ไม่สามารถนำออกมาได้แม้แต่ชิ้นเดียว

ล่าสุดวันนี้ นายสุนัน ศรีวิชัย นายกเทศมนตรีตำบลสันป่าเปาพร้อมทีมงานผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจน พระสงฆ์และชาวบ้าน ต่างพากันระดมสิ่งของ ไม่ว่าจะเป็น เงิน ซื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรคและอุปกรณ์อื่นๆเพื่อเร่งให้การช่วยเหลือ ซับน้ำตาให้คุณยาย
โดย นายสุนัน ศรีวิชัย นายกเทศบาล ได้มอบเงิน เป็น สินน้ำใจ ให้คุณยาย 10,000บาท เพื่อเป็นบรรเทาทุกข์ในความเดือดร้อน
นอกจากนั้น ได้สั่งการให้คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นเป็นการด่วน พร้อมตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพื่อประสานงานกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ในการเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ นางขันคำ มาลีย์ ซึ่งอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจอย่างหนักต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


โดย นางขันคำ ได้ร้องไห้หลั่งน้ำตา ที่บ่งบอกถึงอาการท้อแท้ในการต่อสู้ชีวิตไส้เกือบ70ปี ให้ชาวบ้านและผู้ที่มาช่วยเหลือต่างพากันสงสาร เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้สิ้นเนื้อประดาตัวอย่างแท้จริง ขณะที่เจ้าตัวเผยอายุและสังขารกาลเวลา นาฬิกาชีวิตมาถึงขนาดนี้กลับมาเจอเรื่องแบบนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว แต่ก็ปลื้มใจที่คนไทยหรือชาวบ้านตลอดจนผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ช่วยเหลือสังคมไม่ทิ้งกัน.
ธาดาพงศ รายงาน