#เปิดแผนมิจฉาชีพดักจับเด็ก #บีบเด็กหลอกเงินพ่อแม่ 1.5 ล้าน บังคับเปิดห้อง-#คุมขังผ่านหน้าจอตลอด 24 ชม.


ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ออกเตือนภัยหลังเข้าระงับเหตุและช่วยเหลือกลุ่มนักศึกษาที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้อย่างทันท่วงทีถึง 2 ราย ซ้ำร้ายพบพฤติการณ์เหี้ยมโหด ข่มขู่ให้หลงเชื่อว่ามีคดีความติดตัว ก่อนบังคับแต่งเรื่องกุสคริปต์กู้เงินทุนเรียนต่อต่างประเทศไปหลอกเงินจากผู้ปกครองตนเอง พร้อมสั่งเปิดห้องเช่าอยู่คนเดียวและบังคับเปิดวิดีโอคอลเฝ้าดูตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อครอบงำจิตใจ
เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม เจ้าหน้าที่ประสาน สภ.เมืองมหาสารคาม เข้าระงับเหตุขณะนักศึกษาวัย 18 ปี กำลังถอนเงินสด 310,000 บาทที่เคาน์เตอร์ธนาคาร หลังถูกแก๊งมิจฉาชีพปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ค่ายมือถือและตำรวจ สภ.เมืองพิจิตร ข่มขู่ว่าเบอร์โทรศัพท์และบัญชีธนาคารไปพัวพันคดีฟอกเงิน ต้องโอนเงินให้ ปปง. ตรวจสอบใน 30 นาที มิฉะนั้นจะถูกออกหมายจับรวมถึงคนในครอบครัว เมื่อเหยื่อแจ้งว่าไม่มีเงิน คนร้ายจึงแต่งเรื่องบังคับให้เหยื่อโทรหลอกพ่อแม่ว่าต้องใช้เงินด่วนเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ จนผู้ปกครองหลงเชื่อโอนเงินมาให้ แต่โชคดีที่พนักงานธนาคารสังเกตเห็นพิรุธจึงรีบประวิงเวลาและแจ้งตำรวจเข้าตัดวงจรได้ทันเวลา
ส่วนอีกรายในพื้นที่ สภ.พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เกิดขึ้นกับนักศึกษาหญิงวัย 22 ปี ซึ่งถูกคนร้ายใช้มุกเดิมอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ข่มขู่ว่ามีชื่อผูกกับบัญชีผิดกฎหมายในพื้นที่ สภ.เมืองระนอง ก่อนออกอุบายสั่งให้เหยื่อไปเปิดห้องพักอยู่คนเดียว ห้ามบอกใคร และบังคับเปิดวิดีโอคอลคุมเข้มตลอดเวลา จากนั้นบีบให้เหยื่อสร้างเรื่องหลอกพ่อแม่ว่าได้รับทุนเรียนต่อต่างประเทศ แต่ต้องมีเงินค้ำประกันในบัญชี 1 ล้านบาท ซึ่งเหยื่อหลงเชื่อถอนเงินสดไปส่งมอบให้ชายปริศนาที่มารอรับ ณ ลานจอดรถโรงแรมตามนัดหมาย มิหนำซ้ำคนร้ายยังขู่บังคับให้หลอกเงินเพิ่มอีก 500,000 บาท เพื่อยืนยันลำดับคิวรับทุน จนกระทั่งคนร้ายพยายามรีดเงินเพิ่มอีกเป็นครั้งที่สาม ทำให้เหยื่อเครียดหนักและพยายามติดต่อยืมเงินจากแฟนหนุ่มและเพื่อน จนกระทั่งผู้ปกครองและแฟนหนุ่มเอะใจเข้าแจ้งความ ทำให้ตำรวจติดตามช่วยเหลือไว้ได้ในที่สุด รวมมูลค่าความเสียหายในเคสนี้กว่า 1.5 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ตำรวจรู้ตัวผู้ต้องสงสัยที่มารับเงินสดแล้วและอยู่ระหว่างขยายผลจับกุมทั้งขบวนการ
ศูนย์ ACSC ย้ำเตือนประชาชนและนักเรียนนักศึกษาว่า เจ้าหน้าที่รัฐ ปปง. DSI หรือตำรวจจริง จะไม่มีการโทรศัพท์หา ไม่ส่งเอกสารคดีหรือหมายจับทางไลน์ ไม่มีการสอบสวนผ่านวิดีโอคอล และที่สำคัญคือจะไม่มีการสั่งให้โอนเงิน นำเงินสดหรือทรัพย์สินไปมอบให้ใครเพื่อตรวจสอบอย่างเด็ดขาด หากพบพฤติกรรมลักษณะนี้ถือเป็นมิจฉาชีพ 100% พร้อมฝากผู้ปกครองหมั่นสังเกตบุตรหลาน หากพบพฤติกรรมเก็บตัวผิดปกติ หรือมาขอเงินก้อนใหญ่โดยอ้างเรื่องทุนการศึกษา ขอให้ตรวจสอบกับสถาบันการศึกษาโดยตรง หรือโทรปรึกษาศูนย์ AOC 1441 ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง.