พลิกโฉมสองแยกดังเชียงใหม่! กรมทางหลวงสรุปแบบ สร้างสะพานข้าม-ทางลอด กลางแยกเป็นวงเวียน ยกระดับ ทล.121 แก้ปัญหาติดขัดแบบเบ็ดเสร็จ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!


เชียงใหม่ – เคาะแล้ว แยกสันคะยอม แยกลิขิตชีวัน แก้ปัญหาการจราจรแบบเบ็ดเสร็จ “ไร้ไฟแดง” ทั้ง 2 แยก มีสะพานข้ามแยกบนเส้นทาง ทล.121 ส่วนทางรองทั้งสายแม่โจ้ ทั้งสันทรายสายเก่า ทำเป็นทางลอด กลางแยกสร้างเป็นวงเวียน ต่างกันที่ขนาด แยกลิขิตชีวันมีขนาดใหญ่กว่า ปิดโครงการสำรวจออกแบบเดือนพฤษภาคม 2569 เผยอีก “งบประมาณก่อสร้างเตรียมไว้แล้ว คาดก่อสร้างได้ในปี 2569”


เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลสันทรายหลวง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ กรมทางหลวงจัดการประชุมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 2) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 121 ช่วง จุดตัดทางแยก ทล.1367 (แยกสันคะยอม) – จุดตัดทางแยก ทล.1001 (แยกลิขิตชีวัน) โดยมี นายสมาน เสตะพันธ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง รักษาราชการแทน นายอำเภอสันทราย เป็นประธานเปิดการประชุม และนายวิทยา ไชยนันท์ รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 ฝ่ายปฏิบัติการ กล่าวรายงาน ซึ่งการจัดการประชุมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมประชุมและให้ความเห็น



นายวิทยา ไชยนันท์ รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 ฝ่ายปฏิบัติการ กล่าวว่า กรมทางหลวงได้จัดทำแผนพัฒนาทางหลวง โดยกำหนดตามทิศทางของการพัฒนาระบบคมนาคมและขนส่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแต่ละฉบับมาตามลำดับ งานที่ดำเนินการจะครอบคลุมถึงโครงการใหม่ ซึ่งเป็นงบลงทุนก่อสร้างและบูรณะทางหลวงทั่วประเทศ ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ กระทรวงคมนาคมมีแผนในการพัฒนาโครงข่ายทางหลวง ซึ่งทางหลวงหมายเลข 121 นั้นเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายที่ต้องมีการพัฒนา


โดยช่วงปี 2566 – 2567 สำนักแผนงาน กรมทางหลวง ได้จัดทำรายงานการศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้นและจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณทางแยกขนาดใหญ่ในภูมิภาค โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและออกแบบเบื้องต้น เพื่อแก้ไขปัญหาทางแยกที่มีปัญหาทั่วประเทศ โดยทางแยกบนทางหลวงหมายเลข 121 ได้แก่ แยกสันคะยอม และแยกหนองจ๊อม ซึ่งเป็นทางแยกที่มีปัญหาการจราจรติดขัด กรมทางหลวงได้เล็งเห็นความสำคัญจึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาประกอบด้วย บริษัท พี.วี.เอส.-95 คอนซัลแต้นซ์ จำกัด ร่วมกับ บริษัท ไฮบริด เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์จำกัด และบริษัท พรี ดีเวลลอปเมนท์ คอนซัลแตนท์ จำกัด ให้ดำเนินการศึกษาโครงการนี้

ทั้งนี้โครงการฯ ได้มีการจัดประชุมแล้ว 2 ครั้ง ได้แก่ การปฐมนิเทศโครงการเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 และการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 19-20 สิงหาคม 2568 การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 2) เพื่อนำเสนอสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมของโครงการ ให้กลุ่มเป้าหมายได้รับทราบ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในประเด็นต่าง ๆ และเพื่อนำไปใช้ประกอบการศึกษาโครงการให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น

ด้าน นายฤทธิชัย วุ้นศิริ ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาโครงการฯ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการเปิดรับฟังความคิดเห็น 2 ครั้งที่ผ่านมา ได้แนวทางในการแก้ไขปัญหาจะเป็นการก่อสร้างสะพานข้ามทางแยกในแนว ทล.121 ทั้ง 2 ทางแยก โดยเส้นรองจะมีทางลอดเพื่อรองรับการจราจรในเส้นทางรอง ระดับพื้นจะก่อสร้างเป็นวงเวียนโดยไม่มีสัญญานไฟจราจร ซึ่งจะแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดทั้ง 2 ทางแยกได้ โดยหลังการประชุมวันนี้แล้วจะนำข้อมูลที่ได้ในวันนี้ไปปรับปรุงทั้ง 2 ทางแยกให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น ในการประชุมครั้งต่อไปจะเป็นการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อนำรูปแบบและวิธีการก่อสร้างมานำเสนอ และรับฟังความคิดเห็นต่อมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อรับฟังว่าประชาชนต้องการให้มีการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง ซึ่งโครงการนี้จะจบโครงการในเดือนพฤษภาคม 2569 และเมื่อจบโครงการแล้วกรมทางหลวงจะนำรูปแบบได้ตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินการก่อสร้างตามโครงการต่อไป ซึ่งงบประมาณในการก่อสร้างเบื้องต้นไม่มีการเตรียมไว้แล้ว คาดว่า ปี 2569 อาจเริ่มก่อสร้างได้

“สำหรับรูปแบบที่ได้รับการคัดเลือก แยกสันคะยอมจะเป็นรูปแบบที่ 3 คือ มีสะพานข้ามทางแยกในแนว ทล.121 และมีทางลอดความสูง 3.50 เมตร ในเส้นทาง ทล.1367 ซึ่งรองรับรับรถยนต์ส่วนใหญ่ได้ ตรงกลางแยกจะเป็นรูปแบบวงเวียน ส่วนแยกลิขิตชีวัต จะเป็นรูปแบบที่ 2 รูปแบบจะมีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยจะมีสะพานข้ามทางแยกในเส้นทาง ทล.121 มีอุโมงค์ขนาด 4 ช่องจราจรในแนวเส้นทาง เชียงใหม่-แม่โจ้ ซึ่งเป็นช่องลอดขนาด 5.50 เมตร ก็เป็นขนาดมาตรฐานสามารถรับรถได้ทุกประเภท และมีวงเวียนตรงกลางแยกขนาด 50 เมตร สามารถรองรับการจราจรได้ทุกทิศทาง ซึ่งทั้ง 2 แยก จะไม่มีสัญญานไฟจราจรหรือไฟแดง แต่จะมีสัญญานไฟเตือนและป้ายจราจรที่ให้ความปลอดภัยในการใช้ทางใช้แยก

ซึ่งลักษณะทางแยกแบบนี้ผู้ใช้ทางต้องอ่านป้ายจราจรให้ชัดเจนก่อนเข้าทางแยก ว่าจะไปทิศทางไหน เพราะทางแยกมีทั้งสะพาน ทางลอด และวงเวียน เมื่อถึงกลางทางแยกก็ต้องเรียนรู้การใช้วงเวียน ซึ่งหลักก็คือ รถในวงเวียนมีสิทธิก่อนรถที่จะเข้าวงเวียน ซึ่งจะทำให้การใช้ทางทุกด้านมีประสิทธิภาพ” นายฤทธิชัยฯ กล่าว.