ข่าวภาคเหนือ » นายกฯ “อนุทิน” นำ ครม. ลงพื้นที่เชียงใหม่ ตรวจภารกิจดับไฟป่า ชู “ป่าเปียก-โดรน AI” ยกระดับการป้องกัน ย้ำรัฐบาลใช้ทุกวิถีทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

นายกฯ “อนุทิน” นำ ครม. ลงพื้นที่เชียงใหม่ ตรวจภารกิจดับไฟป่า ชู “ป่าเปียก-โดรน AI” ยกระดับการป้องกัน ย้ำรัฐบาลใช้ทุกวิถีทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

21 เมษายน 2026
84   0

นายกฯ “อนุทิน” นำ ครม. ลงพื้นที่เชียงใหม่ ตรวจภารกิจดับไฟป่า ชู “ป่าเปียก-โดรน AI” ยกระดับการป้องกัน ย้ำรัฐบาลใช้ทุกวิถีทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

เมื่อวันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ นำคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามภารกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างใกล้ชิด ณ วัดพระธาตุดอยสะเก็ด อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

ในการนี้มีคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงร่วมลงพื้นที่ อาทิ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสุชาติ ชมกลิ่ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เยี่ยมชมการสาธิตการใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนขนาดใหญ่ (LAI) ซึ่งถูกนำมาใช้ในการสำรวจและสนับสนุนการดับไฟป่าในพื้นที่เสี่ยงและเข้าถึงยาก โดยโดรนดังกล่าวสามารถบรรทุกน้ำและปล่อยลงจุดเกิดเหตุได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังมีระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยวิเคราะห์สถานการณ์ เพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมไฟ ลดความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน

ทั้งนี้ ได้มีการทดสอบใช้งานจริงแล้วในพื้นที่ดอยนาง อำเภอเชียงดาว ซึ่งสามารถชะลอการลุกลามของไฟและช่วยสร้างแนวกันไฟได้อย่างมีประสิทธิผล

นอกจากนี้ คณะยังได้ติดตามแนวทางการฟื้นฟูพื้นที่ป่าหลังเหตุไฟไหม้ ด้วยการปั้นดินผสมเมล็ดพันธุ์เพื่อหว่านฟื้นฟูระบบนิเวศ รวมถึงการดำเนินมาตรการ “ป่าเปียก” (Wet Fire Break) ซึ่งเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นในดินผ่านระบบคลองไส้ไก่และหลุมขนมครก เพื่อป้องกันการลุกลามของไฟป่าในระยะยาว

จังหวัดเชียงใหม่ได้ดำเนินการสร้างแนวป่าเปียกในหลายพื้นที่สำคัญ ได้แก่ บริเวณวัดพระธาตุดอยสะเก็ด ศูนย์พุทธธรรมหนองฮ่อ วัดพระบาทตีนนก อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า และโครงการระบบกักเก็บน้ำในถ้ำห้วยลึก โดยใช้น้ำรวมกว่า 73,339,000 ลิตร เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผืนป่าและลดความเสี่ยงการเกิดไฟ

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เข้ากราบสักการะรอยพระพุทธบาท และนมัสการพระราชโพธิวรคุณ รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสะเก็ด เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนพบปะให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานกว่า 500 คน

นายอนุทิน กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการควบคุมสถานการณ์ไฟป่า ซึ่งเป็นภารกิจที่ท้าทายและมีความเสี่ยงสูง โดยรัฐบาลรับทราบถึงความเสียสละและความทุ่มเท พร้อมยืนยันว่าจะสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่

“รัฐบาลจะใช้ทุกวิถีทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า ทั้งในระดับชุมชนและการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเสริม พร้อมกำชับทุกหน่วยงานดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างเข้มงวด เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองและผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว” นายกรัฐมนตรีกล่าว

พร้อมกันนี้ ยังได้มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ในส่วนของภาคการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ โดยพระสุธีวัชรบัณฑิต, ผศ.ดร. รองอธิการบดี ได้มอบหมายให้ รศ.ดร.อภิรมย์ สีดาคำ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าร่วมรับฟังคำปราศรัยและติดตามนโยบายการแก้ไขปัญหาไฟป่าในครั้งนี้ด้วย

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งเทคโนโลยี นโยบาย และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในระยะยาว.