ตำรวจ - ทหาร » ผนึกกำลังทำดี! นักศึกษา บมท. 3 ลงพื้นที่ห้วยตึงเฒ่า จับมือชาวบ้านทำแนวกันไฟ ตัดวงจรวิกฤตควันไฟป่าเชียงใหม่

ผนึกกำลังทำดี! นักศึกษา บมท. 3 ลงพื้นที่ห้วยตึงเฒ่า จับมือชาวบ้านทำแนวกันไฟ ตัดวงจรวิกฤตควันไฟป่าเชียงใหม่

25 เมษายน 2026
81   0

เชียงใหม่ นร.เสธ.ทบ. ทำกิจกรรม CSR ร่วมชาวบ้านทำแนวกันไฟ พื้นที่ป่าแนวเขตอช.ดอยสุเทพติดอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า รองผู้บัญชาการโรงเรียนเสนาธิการทหารบก (ฝ่ายวิชาการ) พร้อมคณะอาจารย์ นำนักศึกษา โรงเรียนเสนาธิการทหารบก “หลักสูตรการบริหารความมั่นคงการทัพบก ชุดที่ 3” หรือ บมท. 3 ลงพื้นที่มาทำกิจกรรม CSR ปฏิบัติทำแนวกันไฟร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ ที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์กับป่า เป็นแหล่งอาหารของชาวบ้านและชุมชนใกล้เคียง เขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ป่าชุมชนอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่าเชียงใหม่

พันเอก ชัชวินท์ ยิ้มแย้ม รองผู้บัญชาการโรงเรียนเสนาธิการทหารบก (ฝ่ายวิชาการ) ได้นำคณะอาจารย์ และนักศึกษาโรงเรียนเสนาธิการทหารบก “หลักสูตรการบริหารความมั่นคงการทัพบก ชุดที่ 3” หรือ บมท. 3 ลงพื้นที่มาทำกิจกรรม CSR ทำแนวกันไฟร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ แนวเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ติดกับอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ กิจกรรม “แนวกันไฟ” สู่ “แนวร่วมป้องกันชาติ หลักสูตรการบริหารความมั่นคงการทัพบก (บมท.) ชุดที่ 3 ดังกล่าว ได้ทำแนวกันไฟวันนี้ มีความกว้างกว่า 4-5 เมตร ความยาวกว่า 3 กิโลเมตร ในฐานะหลักสูตรความมั่นคงระดับกองทัพที่ตอบสนองต่อภัยคุกคามยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง กิจกรรม CSR ครั้งนี้นับเป็น “ยุทธศาสตร์การรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อความมั่นคง (Strategic Social Responsibility) เชื่อมโยงวิกฤต PM2.5 เข้ากับมิติความมั่นคงแห่งชาติ

พันเอก ชัชวินท์ ยิ้มแย้ม รองผู้บัญชาการโรงเรียนเสนาธิการทหารบก (ฝ่ายวิชาการ) กล่าวถึง กิจกรรม “แนวกันไฟ” สู่ “แนวร่วมป้องกันชาติ” ไม่ใช่แค่กิจกรรม CSR ที่ทำแล้วจบไป แต่คือ ปฏิบัติการทางยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคงของมนุษย์ (Human Security Operation) ที่ผมต้องกล่าวเช่นนี้เพราะ เราต้องยอมรับความจริงว่า วิกฤตไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงใหม่ ไม่ใช่แค่ปัญหาภัยแล้งตามฤดูกาลอีกต่อไป แต่มันคือ ภัยคุกคามความมั่นคงรูปแบบใหม่ (Non-Traditional Threats – NTTs) ที่โจมตีทั้งระบบสาธารณสุขของประชาชน และทำลายโครงสร้างทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศ

นักศึกษา บมท. ชุดที่ 3 ซึ่งประกอบไปด้วยผู้บริหารระดับสูง ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้นำทางทหาร เราเล็งเห็นตรงกันว่า การแก้ปัญหาที่ลุ่มลึกที่สุด คือการลงมาสัมผัสปัญหาที่หน้างานจริง การทำ “แนวกันไฟ” ในวันนี้ คือสัญลักษณ์ของการสร้าง “แนวป้องกัน” เชิงรุก (Active Defense) ตัดไฟแต่ต้นลมก่อนที่มันจะลุกลามกลายเป็นวิกฤตทางนิเวศวิทยา

รองผู้บัญชาการฯ มองว่า ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างฝุ่นควัน ได้ยกระดับกลายมาเป็นปัญหา “ความมั่นคง” ได้อย่างไร พันเอก ชัชวินท์ ยิ้มแย้ม กล่าวว่า ในทางวิชาการด้านความมั่นคงศึกษา (Security Studies) ปัจจุบัน “ความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อม” (Environmental Security) ถูกจัดให้อยู่ในวาระแห่งชาติ เราวิเคราะห์บริบทปัจจุบันจากข้อมูล GISTDA และกระทรวงสาธารณสุข จะพบว่าความเสียหายจาก PM2.5 คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจหลักหมื่นล้านบาทต่อปี เตียงในโรงพยาบาลในภาคเหนือเต็มไปด้วยผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ นี่คือการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่ประเมินค่าไม่ได้

ดังนั้น กองทัพและภาคส่วนต่างๆ จะมองว่าเป็นเรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งไม่ได้อีกต่อไป เราต้องใช้หลักการ Whole-of-Nation Approach หรือการผนึกกำลังทั้งชาติเข้าแก้ปัญหา กองทัพบกมีเครื่องมือ มีกำลังพล มีระบบการจัดการเชิงยุทธ์ เมื่อมารวมกับมันสมองและทรัพยากรของเครือข่ายที่เป็นนักบริหารระดับแนวหน้าของประเทศ เราจึงสามารถวิเคราะห์สาเหตุ (Root Cause Analysis) นำเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมมาวิเคราะห์จุด Hotspot และลงมือแก้ปัญหาในระดับภูมิศาสตร์การเมือง (Geopolitics) ของพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ

พันเอก ชัชวินท์ ยิ้มแย้ม รองผู้บัญชาการโรงเรียนเสนาธิการทหารบก (ฝ่ายวิชาการ) กล่าวว่า ผมขอเรียนพี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่และคนไทยทั้งประเทศว่า กองทัพบก อยู่เคียงข้างประชาชน ภัยคุกคามยุคใหม่ ไม่ได้มาในรูปของกองกำลังติดอาวุธเสมอไป แต่มันมาในรูปของควันไฟที่มองไม่เห็นตัว กองทัพบกโดยโรงเรียนเสนาธิการทหารบก เราตระหนักดีว่า นิยามของคำว่า “ป้องกันประเทศ” ในศตวรรษนี้ คือการปกป้องลมหายใจและคุณภาพชีวิตของประชาชน กิจกรรมของ บมท. ชุดที่ 3 ในวันนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่เราต้องการส่งสาร (Message) ไปยังสังคมว่า การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนเริ่มต้นจากการ “ลงมือทำร่วมกัน”

สำหรับผู้บริหารหรือผู้นำองค์กรที่มองเห็นความสำคัญของความมั่นคงแบบองค์รวม หลักสูตรเปิดกว้างและพร้อมที่จะเป็นแพลตฟอร์มในการเชื่อมโยงวิสัยทัศน์ เครือข่าย และทรัพยากร เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศชาติ เพราะความมั่นคงของชาติ คือความรับผิดชอบของเราทุกคน และที่สำคัญ คณะนักศึกษาโรงเรียนเสนาธิการทหารบก “หลักสูตรการบริหารความมั่นคงการทัพบก ชุดที่ 3” หรือ บมท. 3 ทุกๆท่าน ที่มาปฏิบัติจริงครั้งนี้ ต่อไปจะนำความรู้ไปปฏิบัติงานทั่วประเทศ.