ตำรวจ - ทหาร » (มีคลิป) ตำรวจภูธรภาค 5 ทลายเครือข่ายไซเบอร์! ทลายแก๊งสกัดม้า 17 ล้าน พร้อมเปิดโครงการ “Money Cash Back” ล่าเงินคืนเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์กว่า 3 ล้านบาท

(มีคลิป) ตำรวจภูธรภาค 5 ทลายเครือข่ายไซเบอร์! ทลายแก๊งสกัดม้า 17 ล้าน พร้อมเปิดโครงการ “Money Cash Back” ล่าเงินคืนเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์กว่า 3 ล้านบาท

27 พฤษภาคม 2026
63   0

ตำรวจภูธรภาค 5 ทลายเครือข่ายไซเบอร์! ทลายแก๊งสกัดม้า 17 ล้าน พร้อมเปิดโครงการ “Money Cash Back” ล่าเงินคืนเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์กว่า 3 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ตำรวจภูธรภาค 5 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วยทีมสืบสวนและศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ภ.5) เดินหน้าปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์อย่างเข้มข้น โดยล่าสุดได้เปิดปฏิบัติการครั้งสำคัญสองโครงการเพื่อกวาดล้างขบวนการหลอกลวงทางเทคโนโลยีและนำเงินกลับคืนสู่มือผู้เสียหาย

ในปฏิบัติการแรก ตำรวจภูธรภาค 5 ได้เปิดปฏิบัติการ “สกัดม้า 17 ล้าน” นำกำลังบุกจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ทั้งหมด 14 รายจากทั่วประเทศ หลังสืบพบความเชื่อมโยงในคดีที่อดีตข้าราชการพยาบาลเกษียณอายุรายหนึ่งในอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้ร่วมลงทุนเทรดหุ้นผ่านแอปพลิเคชันปลอมชื่อ “CAPFAST” โดยอ้างผลตอบแทนสูง จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปกว่า 21 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 8 ล้านบาท จากนั้นกลุ่มคนร้ายยังได้ปลอมหนังสือแอบอ้างชื่อบริษัทเอกชน หลอกให้โอนเงินค่าภาษีและค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมอีก 5 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดสูงถึง 17,655,968.62 บาท ทางเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนเส้นทางการเงินจนพบโครงข่ายบัญชีม้าที่เกี่ยวข้องถึง 35 บัญชี ก่อนระดมกำลังจับกุมผู้ต้องหาในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน นำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีม้า
พร้อมกันนี้ ทางตำรวจภูธรภาค 5 ยังได้ดำเนินโครงการ “Money Cash Back” (ปิดบัญชี ตามล่า คว้าเงินคืน) ประสบความสำเร็จในการสกัดจับกุมคนร้ายและอายัดเงินสดของกลางกลับคืนมาส่งมอบให้แก่เหยื่ออาชญากรรมไซเบอร์ได้ทันท่วงทีรวมจำนวน 5 คดี คิดเป็นมูลค่าเงินคืนรวมทั้งสิ้น 3,149,900 บาท

สำหรับพฤติกรรมของมิจฉาชีพในโครงการคืนเงินดังกล่าว มีความหลากหลายและสร้างความสูญเสียเป็นวงกว้าง เช่น ในพื้นที่ สภ.เขลางค์นคร จังหวัดลำปาง มีผู้เสียหายสูงอายุวัย 71 ปี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์ข่มขู่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารและตำรวจ แจ้งว่าบัญชีพัวพันกับการฟอกเงินจนยอมโอนเงินไปตรวจสอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถอายัดและนำเงินสดกลับมาคืนได้จำนวน 1,700,000 บาท ขณะที่ สภ.นางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ มีคดีหลอกลวงจัดหางานไปต่างประเทศ ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาทำหน้าที่กดเงินและควบคุมม้าได้ 5 รายที่ตลาดมีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมยึดเงินคืนให้ผู้เสียหายได้ 290,000 บาท อีกคดีในพื้นที่เดียวกันเป็นการหลอกลงทุนทำกิจกรรมพิเศษโปรโมทสินค้าหลังจากเหยื่อติดต่อซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าออนไลน์ นำไปสู่การรวบตัวผู้ต้องหาขณะกำลังกดเงินสดที่ธนาคารในอำเภอเชียงดาว ยึดเงินคืนได้เต็มจำนวน 250,000 บาท นอกจากนี้ยังมีกรณีแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์และเจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชนหลอกให้เหยื่อเข้าแอปพลิเคชันธนาคารเพื่อสแกนใบหน้าโอนเงินออกไป ซึ่งอายัดคืนมาได้ 410,000 บาท และกรณีแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าหลอกคืนเงินค่ามิเตอร์เก่าโดยให้เหยื่อส่งรหัสผ่านแอปพลิเคชัน Line จนถูกโอนเงินออกไป ซึ่งอายัดคืนมาได้อีก 499,900 บาท

ทางตำรวจภูธรภาค 5 ได้เน้นย้ำและแจ้งเตือนประชาชนอย่างเด็ดขาดว่า อย่าหลงเชื่อบุคคลที่ชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือซิมโทรศัพท์ให้ผู้อื่นยืมใช้งานโดยเด็ดขาด เนื่องจากการเปิดบัญชีม้าหรือเป็นธุระจัดหาบัญชีม้า มีโทษตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 โดยการยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ที่เป็นธุระจัดหาหรือโฆษณาซื้อขายบัญชีม้า มีโทษหนักจำคุกตั้งแต่ 2 ปีถึง 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000 บาทถึง 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.