เคลียร์ปมร้อนโซเชียล! ผบช.ภาค 5 จับมือ ป.ป.ส.ภ.5 เปิดพิมพ์เขียวแจงยิบ “ยาบ้าของกลาง” จับแล้วไปไหน? เผยกรรมวิธีสุดเข้มงวด ล็อกทึบ-ตรวจพิสูจน์-เผาทำลาย สยบข่าวลือวนกลับมาขายซ้ำ


เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่อาคารสโมสรคุ้มแก้ว-ขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5 จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อสงสัยในโลกออนไลน์เกี่ยวกับการจัดการยาเสพติดของกลางจำนวนมหาศาลที่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดได้ในแต่ละคดี ว่ามีกระบวนการจัดเก็บอย่างไร และจะมีการรั่วไหลย้อนกลับเข้าสู่ขบวนการค้ายาเสพติดอีกหรือไม่ ล่าสุด


พล.ต.ท.กฤตธพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย นายดนุชา ไชยวงค์ ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 5 ได้ร่วมกันชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน โดยระเบียบปฏิบัติและกระบวนการจัดการยาเสพติดของกลางทุกชนิดมีความรัดกุม โปร่งใส และได้รับการควบคุมโดยกฎหมายอย่างเคร่งครัดในทุกขั้นตอน เพื่อไม่ให้ของกลางเหล่านั้นสามารถหลุดรอดกลับคืนสู่ท้องตลาดได้เลยอย่างเด็ดขาด

สำหรับขั้นตอนและกรรมวิธีการดำเนินการหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานร่วมทำการจับกุมและตรวจยึดยาเสพติดได้ในที่เกิดเหตุ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตรวจนับ ชั่งน้ำหนัก และทำบันทึกการจับกุมอย่างละเอียดต่อหน้าผู้ต้องหาและพยาน จากนั้นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีจะทำการบรรจุยาเสพติดของกลางลงในภาชนะที่มิดชิด ปิดผนึกฉลาก และลงลายมือชื่อกำกับไว้ ก่อนที่จะนำของกลางดังกล่าวส่งไปยังสถานตรวจพิสูจน์ที่ได้รับการรับรอง เช่น สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ หรือสถาบันวิจัยและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อทำการตรวจวิเคราะห์แยกสารประกอบทางเคมี ยืนยันประเภทและความบริสุทธิ์ของยาเสพติดชนิดนั้น ๆ พร้อมออกรายงานผลการตรวจพิสูจน์อย่างเป็นทางการเพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีในชั้นศาล


ในส่วนของกรรมวิธีในการเก็บรักษา หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจพิสูจน์เบื้องต้นและคัดแยกสารเสพติดเสร็จสิ้น ยาเสพติดของกลางทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปยังสถานที่จัดเก็บรักษาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยในส่วนกลางและพื้นที่ภูมิภาค ยาเสพติดส่วนใหญ่จะถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่คลังยาเสพติดของกลาง กระทรวงสาธารณสุข และคลังจัดเก็บเฉพาะของสำนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งสถานที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ มีระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ตรวจสอบการเข้า-ออกด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยตลอด 24 ชั่วโมง และการเปิด-ปิดห้องมั่นคงหรือคลังเก็บของกลางจะต้องทำในรูปแบบของคณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งอย่างถูกต้องเท่านั้น มีการจัดทำบัญชีคุมยอดอย่างละเอียดถี่ถ้วนและตรวจเช็กสถานะอยู่เป็นประจำ จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีการนำยาเสพติดออกมาภายนอกโดยพลการ


สำหรับขั้นตอนสุดท้ายคือการนำไปทำลาย ซึ่งในปัจจุบันกระบวนการยุติธรรมได้ปรับเปลี่ยนกฎหมายใหม่ให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรอให้คดีความสิ้นสุดจนถึงชั้นศาลฎีกาเหมือนในอดีต เมื่อพนักงานสอบสวนทำการสุ่มเก็บตัวอย่างยาเสพติดเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานเสร็จสิ้น และคณะกรรมการตรวจรับยาเสพติดของกลางยืนยันความถูกต้องแล้ว ยาเสพติดส่วนที่เหลือจะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการทำลายทันที โดยการนำไปเผาทำลายในเตาเผาขยะติดเชื้ออุณหภูมิสูงกว่า 800-1,200 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระบบปิดที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และในวันทำลายจะมีคณะกรรมการจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ สื่อมวลชน และประชาชน ร่วมเป็นสักขีพยานและตรวจสอบทุกขั้นตอนอย่างเปิดเผย ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และผู้อำนวยการส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย ปปส.ภาค 5 จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรมไทย ว่ายาเสพติดที่จับกุมได้ทั้งหมดจะถูกแปรสภาพเป็นขี้เถ้าและทำลายทิ้งอย่างแน่นอน.