ข่าวภาคเหนือ » สตง.ภูมิภาค 8 พลิกบทบาทสู่ “เพื่อนร่วมทาง” โชว์ผลงานเซฟงบรัฐพุ่ง 1,217 ล้าน ถอดบทเรียนน้ำท่วมเชียงใหม่ ลุยตรวจเชิงรุกอุดรอยรั่วบิ๊กโปรเจกต์

สตง.ภูมิภาค 8 พลิกบทบาทสู่ “เพื่อนร่วมทาง” โชว์ผลงานเซฟงบรัฐพุ่ง 1,217 ล้าน ถอดบทเรียนน้ำท่วมเชียงใหม่ ลุยตรวจเชิงรุกอุดรอยรั่วบิ๊กโปรเจกต์

27 มิถุนายน 2026
55   0

สตง.ภูมิภาค 8 พลิกบทบาทสู่ “เพื่อนร่วมทาง” โชว์ผลงานเซฟงบรัฐพุ่ง 1,217 ล้าน ถอดบทเรียนน้ำท่วมเชียงใหม่ ลุยตรวจเชิงรุกอุดรอยรั่วบิ๊กโปรเจกต์

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 8 (จังหวัดเชียงใหม่) ได้จัดแถลงผลการดำเนินงานสำคัญ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นำโดย นางสาวพุทธชาด ตันหยง ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมเปิดเผยการยกระดับการทำงานภายใต้แนวคิด “ตรวจเช็กต่อเนื่อง–แนะนำเชิงรุก” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนบทบาทจากเดิมที่เป็นเพียงผู้ตรวจสอบ มาเป็น “ผู้ร่วมสร้างความสำเร็จ” เพื่อช่วยป้องกันและลดความสูญเสียทางงบประมาณตั้งแต่ต้นทาง

การปรับกระบวนการทำงานในครั้งนี้ สตง.ภูมิภาคที่ 8 ได้นำบทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อปี 2567 ซึ่งภาครัฐต้องระดมงบประมาณเยียวยาและฟื้นฟูกว่า 1,200 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย เงินทดรองราชการ ค่าทำความสะอาดพื้นที่ และค่าใช้จ่ายด้านการดำรงชีพรวมถึงการบรรเทาสาธารณภัยต่าง ๆ มาวิเคราะห์เพื่ออุดช่องโหว่ โดยยึดหลัก “การป้องกันมีคุณค่ากว่าการตามแก้” เข้าไปติดตามและให้ข้อเสนอแนะในโครงการสำคัญตั้งแต่ระหว่างดำเนินงาน

สำหรับโครงการหลักที่ สตง.ภูมิภาคที่ 8 เข้าไปตรวจสอบเชิงรุก ได้แก่ การบริหารจัดการและบำรุงรักษาประตูระบายน้ำ 4 แห่ง, การรื้อถอนฝายหินสิ่งกีดขวางทางน้ำ และโครงการใหญ่อย่างการขุดลอกแม่น้ำปิงระยะทาง 41 กิโลเมตร ที่มีการขุดลอกดินและตะกอนถึง 1.7 ล้านลูกบาศก์เมตร

โดย สตง. ได้เข้าไปติดตามการใช้รถบรรทุกกว่า 504 คัน พร้อมเสนอแนะแนวทางปรับปรุงการบริหารสัญญา การคิดค่าเช่าตามวันปฏิบัติงานจริง และการควบคุมการใช้เชื้อเพลิงอย่างเข้มงวด

จากความมุ่งมั่นในการทำงานเชิงรุกดังกล่าว ส่งผลให้สามารถประหยัดงบประมาณของรัฐได้มากกว่า 300 ล้านบาท และช่วยลดความเสี่ยงด้านงบประมาณลงได้สูงถึง 1,217 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นความสำเร็จในการช่วยอุดรอยรั่วไหล และผลักดันให้การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินเกิดความคุ้มค่า โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้อย่างแท้จริง.