สภ.เมืองเชียงใหม่ แกะรอยกล้องวงจรปิดรวบคนขับกระบะ ชนเด็ก 11 ขวบดับแล้วหนี ตรวจเป่าพุ่ง 176 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แจ้ง 2 ข้อหาหนัก


เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2569 ร.ต.อ.เฉลิมพล วงศ์ขันแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนเด็กบริเวณริมถนนหน้าหมู่บ้านเพชรมณี ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยหลังเกิดเหตุรถคันดังกล่าวได้ขับหลบหนีไปทันที จึงพร้อมด้วยพยานหลักฐานลงพื้นที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน


จากคำสั่งการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 และ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ที่เน้นย้ำเรื่องการสร้างความเชื่อมั่น ป้องกันความปลอดภัย และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยวและชาวเชียงใหม่ ทาง พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ไล่ล่าคนร้ายมาลงโทษให้ได้โดยเร็วที่สุด


จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า รถกระบะสีเทาได้เฉี่ยวชนเด็กชายวัยประมาณ 11 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่พลเมืองดีจะช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ แต่ต่อมาในเวลาประมาณ 22.00 น. ทางโรงพยาบาลแจ้งว่าเด็กเสียชีวิตในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่จึงส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดที่นิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

ด้านการติดตามตัวผู้กระทำความผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่งานป้องกันสาธารณภัย ต.ป่าแดด ได้ออกสืบสวนและแกะรอยกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีอย่างต่อเนื่อง จนพบรถต้องสงสัยเป็นรถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีเทา และสามารถตามไปยึดรถได้ที่หอพักแห่งหนึ่งใน ต.ป่าแดด ตรวจสอบสภาพรถพบร่องรอยความเสียหายบริเวณด้านหน้าซ้าย ฝากระโปรงบุบ กระจังหน้าแตกหัก และโลโก้รถหลุดหายไป ซึ่งตรงกับหลักฐานที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุอย่างแม่นยำ

ต่อมา นายจ่อ ลุงมาด ได้เดินทางมาแสดงตัวเป็นเจ้าของรถ เมื่อเจ้าหน้าที่นำภาพจากกล้องวงจรปิดให้ดู นายจ่อจึงยอมรับสารภาพว่าเป็นบุคคลในภาพ และเป็นผู้ขับรถเฉี่ยวชนเด็กจริง ก่อนจะขับหลบหนีไปโดยไม่ได้ลงมาช่วยเหลือ ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย พบว่าสูงถึง 176 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไปมาก

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้ง 2 ข้อหาหนัก ได้แก่ ข้อหาขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหาขับรถในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น แล้วไม่หยุดรถ ให้ความช่วยเหลือตามสมควร ไม่แสดงตัว และไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหา รถของกลาง และพยานหลักฐาน นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป.