ข่าวทั่วไทย » (มีคลิป) มท.4 นำแถลงผลปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” ทลายเครือข่ายทุจริตปราบปรามเครือข่ายทุจริตแจ้งย้ายที่อยู่คนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านแฟลตดินแดง

(มีคลิป) มท.4 นำแถลงผลปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” ทลายเครือข่ายทุจริตปราบปรามเครือข่ายทุจริตแจ้งย้ายที่อยู่คนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านแฟลตดินแดง

18 สิงหาคม 2026
51   0

มท.4 นำแถลงผลปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” ทลายเครือข่ายทุจริตปราบปรามเครือข่ายทุจริตแจ้งย้ายที่อยู่คนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านแฟลตดินแดง

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวลา 11.00 น. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ท. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พ.ต.ท. สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท., นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง., พล.ต.อ. อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการร่วม และหัวหน้าคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน DOPA N.I.C.E. เข้าร่วมแถลงผลการจับกุม

อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ชุดปฏิบัติการ DOPA N.I.C.E. ได้เปิดปฏิบัติการ “ตัดบัตรกรุงเก่า” ณ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่อมาได้รับแจ้งเบาะแสจากสำนักงาน ป.ป.ท. ให้เข้าตรวจสอบความผิดปกติทางทะเบียนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

จากการตรวจสอบเอกสารและระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรอย่างละเอียดพบว่า ในปี พ.ศ. 2567 มีการจัดทำบัตรสีชมพู (เลข 7) ของสำนักงานเขตดินแดง เพิ่มขึ้นในจำนวนที่สูงและผิดปกติอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2566 และ 2568 เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนเชิงลึกจนพบหลักฐานการทุจริตเด่นชัด มีการแจ้งย้ายชื่อ “บุตรของแรงงานต่างด้าว” จำนวนกว่า 140 คน เข้าไปในทะเบียนบ้านอาคารแฟลตดินแดง ซึ่งแต่ละห้อง มีขนาดพื้นที่เพียง 30 – 36 ตร.ม. จำนวน 3 ห้อง

จากการสืบสวนพบว่า การแจ้งย้ายที่อยู่และจัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยมีลักษณะเป็นขบวนการ โดยมีนายหน้าชาวเมียนมารวบรวมรายชื่อและเอกสารจากแรงงานต่างด้าวส่งให้นายหน้าคนไทย และอำนวยความสะดวกในการยื่นคำร้องต่อสำนักงานเขตดินแดงจนได้รับบัตรประจำตัวฯ หรือบัตรชมพูเพื่อประโยชน์ในการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ การขออนุญาตทำงาน รวมไปถึงอาจยื่นคำขอสัญชาติไทยได้อีกด้วย นอกจากนี้ พบการปลอมลายมือชื่อเจ้าบ้านและพยาน รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐจงใจละเลยการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ระเบียบกฎหมายกำหนด

กรมการปกครองจึงได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ให้ดำเนินคดี กับผู้ซึ่งน่าเชื่อว่ากระทำความผิด นำไปสู่การออกหมายจับ จำนวน 7 หมาย และหมายค้น จำนวน 7 หมาย ได้แก่

1. นายหน้าและพยานรับรองลายมือชื่อผู้รับรองการจัดทำบัตรฯ มีความผิดในข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ปลอมเอกสารแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จและเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รับรองเอกสารเท็จ รวมถึงการสนับสนุนการกระทำความผิดในการนำเข้าข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

2. เจ้าบ้านและผู้สนับสนุน มีความผิดตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 และเป็นผู้สนับสนุนความผิดเกี่ยวกับทะเบียนราษฎร และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และรับรองเอกสารเท็จ

3. นายทะเบียนผู้รับแจ้งการย้ายที่อยู่และนายทะเบียนจัดทำบัตรประจำตัวคน ซึ่งไม่มีสัญชาติไทย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รับรองเอกสารอันเป็นเท็จและความผิด นำเข้าข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ในวันนี้ตนได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เป็นตัวแทนรัฐบาลในการนำแถลงผลการปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” เพื่อปราบปรามเครือข่ายทุจริตแจ้งย้ายที่อยู่คนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านแฟลตดินแดงเพื่อทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท่านนายกได้สั่งการเน้นย้ำให้รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญในการปราบปรามกวาดล้างมาอย่างต่อเนื่อง เพราะการกระทำผิดนี้ถือว่าได้เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ โดยการกระทำในลักษณะดังกล่าว ก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง ไม่ใช่แค่การแย่งชิงสิทธิหรือว่าสวัสดิการของคนไทย แต่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม รวมไปถึงเรื่องของความมั่นคงด้วย ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนและความมั่นคงของประเทศเป็นอย่างยิ่ง

“สำหรับการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในปฏิบัติการครั้งนี้ ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสืบสวนและปราบปรามขบวนการทุจริตทางทะเบียน ซึ่งพบว่ามีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นในอีกหลายพื้นที่ โดยการกระทำดังกล่าวมิได้เป็นเพียงการปลอมแปลงเอกสารหรือแจ้งข้อมูลเท็จทางทะเบียนราษฎรเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคงและระบบเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเป็นช่องทางนำไปสู่การเบียดบังทรัพยากรของประชาชนชาวไทยโดยมิชอบ โดยตนขอให้พี่น้องประชาชนทุกท่านได้มั่นใจว่าทางเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบและขยายผลอย่างเคร่งครัดตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง รวมถึงกรณีการสวมสิทธิ์ความเป็นบิดาหรือ “พ่อทิพย์” โดยไม่ละเว้น

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ดี ถึงแม้จะมีการปราบปรามผู้กระทำความผิดกฎหมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างเข้มข้น แต่ทั้งนี้ ประเทศไทยเรายังคงพร้อมต้อนรับชาวต่างชาติที่เข้ามาดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากพบว่ามีผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการที่ผิดกฎหมาย จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดและเท่าเทียมโดยยึดพฤติการณ์การกระทำความผิดเป็นสำคัญ.