เชียงใหม่เดินหน้าปักธง AI พลิกโฉมห้องเรียน! ลุยระยะ 2 ยกระดับเด็กเหนือคิดวิเคราะห์-อ่านฉลาก ดึง AI และแพลตฟอร์มดิจิทัลแก้จุดอ่อนการเรียนรู้





เมื่อวันที่ 21 ส.ค.69 จังหวัดเชียงใหม่เปิดฉากขับเคลื่อนความร่วมมือครั้งสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษา เดินหน้าดำเนินโครงการ “กลไกการขับเคลื่อนระบบนิเวศทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้สู่การยกระดับความฉลาดรู้ด้านการอ่าน การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และสมรรถนะสูงของเด็กและเยาวชน จังหวัดเชียงใหม่ ระยะที่ 2” ณ ห้องประชุมออคิดบอลรูม โรงแรมเชียงใหม่ออคิด นำโดย ดร.อุดมพร กันทะใจ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1
พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.สุบัน พรเวียง หัวหน้าศูนย์วิจัยลดความเหลื่อมล้ำเพื่อสร้างโอกาสทางสังคม พร้อมด้วยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ทรงคุณวุฒิ ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอนกว่า 300 คนจากหลากหลายสังกัดในพื้นที่






การขับเคลื่อนในระยะที่ 2 นี้ เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากผลการดำเนินงานระยะ 9 เดือนในระยะแรก ซึ่งพบข้อมูลเชิงประจักษ์ว่านักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และ 3 มีพัฒนาการด้านทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ (Reading Literacy) เพิ่มขึ้นเด่นชัดถึงร้อยละ 57.69 แต่ในขณะเดียวกัน ผลการประเมินกลับสะท้อนว่าทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) มีผู้เรียนพัฒนาขึ้นเพียงร้อยละ 27.12 ซึ่งถือเป็นจุดเปราะบาง (Pain Point) สำคัญที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างเจาะจงและเข้มข้นยิ่งขึ้น





เพื่อแก้โจทย์ดังกล่าว ที่ประชุมจึงได้ร่วมกันวางแนวทางการนำเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่และ AI เข้ามาบูรณาการในกระบวนการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ ผ่านกรอบแนวคิด AIPACK และการใช้ AI Feedback Loop เพื่อช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ในห้องเรียนจริง พร้อมทั้งประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มเรียนรู้แห่งอนาคตอย่าง “คาปิบ้าเรียน” (KapiBarian) ในการออกแบบแผนการสอนที่เน้นสร้างการมีส่วนร่วมของนักเรียน รวมถึงใช้แพลตฟอร์มศูนย์การเรียนทักษะแห่งอนาคตเพื่อการศึกษา (FSE-CMU) เป็นฐานข้อมูลติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเป็นรายบุคคล






นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งเน้นการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ระบบนิเทศหนุนเสริม ผ่านกระบวนการ Coaching, Mentoring และชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC/SLC) โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญและศึกษานิเทศก์กว่า 40 คน ลงพื้นที่ให้คำแนะนำ ตลอดจนส่งเสริมให้มีการคัดเลือกนวัตกรรมแบบอย่างที่ดี (Best Practice) และถ่ายทอดคลิปวิดีโอการสอนลงบนแพลตฟอร์ม YouTube เพื่อสร้างวัฒนธรรมการนำเทคโนโลยีและ AI ไปปรับใช้ในการบริหารและจัดการเรียนรู้ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้อย่างยั่งยืนครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัดเชียงใหม่.