ข่าววาไรตี้ » เชียงใหม่ – “เซรั่มรังไหม” จากงานวิจัย มช. สู่นวัตกรรมความงาม

เชียงใหม่ – “เซรั่มรังไหม” จากงานวิจัย มช. สู่นวัตกรรมความงาม

11 กันยายน 2026
48   0

เชียงใหม่ – “เซรั่มรังไหม” จากงานวิจัย มช. สู่นวัตกรรมความงาม

นักวิจัยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยผลสำเร็จนำเทคโนโลยีนาโนยกระดับ “รังไหมไทย” สู่เซรั่มช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิว ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดเลือนริ้วรอยได้ดีกว่าเดิมถึง 4 เท่า ใน 2 สัปดาห์

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้ายกระดับงานวิจัยสู่นวัตกรรมความงาม โดยคณะเภสัชศาสตร์ มช. ประสบความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรม “เซรั่มสารสกัดรังไหมไทยด้วยเทคโนโลยีนาโน” ที่ผ่านการทดสอบทางคลินิกแล้วว่าช่วยลดเลือนริ้วรอยได้สูงถึง 12% ภายในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเซรั่มสูตรปกติถึง 4 เท่า พร้อมทำหน้าที่เป็นนวัตกรรมรักษ์โลกที่ช่วยเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบทางการเกษตรให้แก่ไหมไทย

รองศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรหญิง วรรธิดา ชัยญาณะ อาจารย์และนักวิจัยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การวิจัยในครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากการเล็งเห็นศักยภาพของรังไหมไทย ซึ่งปกติจะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นหลัก แต่ด้วยความนิยมในการใช้ผ้าไหมที่ค่อนข้างจำกัดในปัจจุบัน การนำรังไหมมาแปรรูปเป็นสารออกฤทธิ์ทางเครื่องสำอางจึงเป็นทางเลือกในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับรังไหม

สำหรับองค์ประกอบรังไหมประกอบด้วย โปรตีนสำคัญ 2 ชนิด คือ ไฟโบรอิน (Fibroin) ซึ่งเป็นโปรตีนโครงสร้างที่ให้ความแข็งแรงของเส้นใยไหม และเซริซิน (Sericin) ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีลักษณะคล้ายกาวทำหน้าที่เคลือบและยึดเส้นใยไฟโบรอินไว้ด้วยกัน ในกระบวนการผลิตเส้นใยไหม เซริซินมักเป็นผลพลอยได้ที่ถูกกำจัดออก อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาพบว่าเซริซินมีคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้น ต้านอนุมูลอิสระ และต้านการอักเสบ จึงมีศักยภาพในการนำมาประยุกต์ใช้เป็นสารสำคัญในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ทีมวิจัยจึงได้ศึกษาและพัฒนากระบวนการสกัดโปรตีนจากรังไหมด้วยเอนไซม์เพื่อช่วยย่อยโครงสร้างของรังไหมให้ได้เปปไทด์ขนาดเล็กและกรดอะมิโน ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการซึมเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น พร้อมกับคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้น ต้านอนุมูลอิสระ และลดเลือนริ้วรอย ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวจึงได้นำสารสกัดรังไหมมาพัฒนาเป็นเซรั่มบำรุงผิวหน้าเพื่อการชะลอวัย

กระบวนการวิจัยเริ่มต้นจากการได้รับการสนับสนุนวัตถุดิบรังไหมไทยจาก ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยนำรังไหม 4 สายพันธุ์เด่นของไทยมาศึกษาเปรียบเทียบ ได้แก่ นางลายสระบุรี, เหลืองสระบุรี, ทับทิมวนา และ ไหมอีรี่ เพื่อคัดเลือกสายพันธุ์ที่ให้ปริมาณสารสกัดโปรตีนสูงและมีคุณสมบัติบำรุงผิวดีที่สุด

ทีมวิจัยได้คิดค้นนวัตกรรมการเตรียมวัตถุดิบด้วยวิธีอุ่นร้อนล่วงหน้าด้วยไมโครเวฟ เป็นเวลา 2-3 นาที ซึ่งช่วยสลายโครงสร้างที่แข็งแรงของรังไหมให้พร้อม ก่อนนำไปสกัดด้วย เอนไซม์ วิธีนี้ทำให้อัตราการสกัดโปรตีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และได้โมเลกุลโปรตีนที่เล็กลงจนสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโปรตีนรังไหมเป็นสารที่ละลายน้ำได้ดี แต่โครงสร้างผิวพรรณของมนุษย์มีไขมันเป็นองค์ประกอบหลัก ทำให้โปรตีนทั่วไปมักเคลือบอยู่เพียงผิวชั้นบน คณะผู้วิจัยจึงได้นำ เทคโนโลยีระบบนำส่งนาโน เข้ามาแก้ปัญหานี้ โดยการนำสารสกัดโปรตีนรังไหมไปกักเก็บใน อนุภาคนาโนไขมันที่มีขนาดเล็กระดับนาโนเมตร ทำหน้าที่เป็นระบบนำส่งสาระสำคัญให้สามารถผ่านชั้นผิวหนัง ซึ่งมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นไขมัน และซึมลึกเข้าสู่ ผิวหนังชั้นหนังแท้ เพื่อออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายโครงสร้างผิวทั้งคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเอนไซม์เหล่านี้เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิดริ้วรอย

ผลการทดสอบทางคลินิกในอาสาสมัครจำนวน 30 คน ยืนยันผลลัพธ์และประสิทธิภาพอันน่าทึ่งเมื่อเปรียบเทียบระหว่างผลิตภัณฑ์เซรั่มสูตรปกติ กับเซรั่มที่ใช้ระบบนำส่งนาโนไขมัน ดังนี้:
• การลดเลือนริ้วรอย (ใน 14 วัน): เซรั่มปกติสามารถลดริ้วรอยได้ 3% แต่ เซรั่มรังไหมนาโนสามารถลดเลือนริ้วรอยได้สูงถึง 12% (ประสิทธิภาพสูงกว่าถึง 4 เท่า)
• ความยืดหยุ่นของผิว (ใน 28 วัน): ผิวยืดหยุ่นและกระชับขึ้นอย่างเด่นชัดถึง 21%
• ความชุ่มชื้นของผิว (ใน 28 วัน): ผิวชุ่มชื้นขึ้น 7% เนื่องจากอนุภาคนาโนไขมันจะช่วยทำหน้าที่เสมือนฟิล์มบางเบาเคลือบปกป้องผิวและลดการระเหยของน้ำใต้ผิวหนัง

สำหรับจุดเริ่มต้นของผลงานชิ้นนี้ เกิดจากความสร้างสรรค์ของ นางสาวสโรชา ชารีกัน นักศึกษาปริญญาโทในหลักสูตรวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่บูรณาการความรู้จากห้องเรียนมาสร้างสรรค์และต่อยอดจนสำเร็จเป็นผลิตภัณฑ์ความงาม โดยหลักสูตรนี้เป็นการศึกษาในปริญญาโท ซึ่งเปิดรับสมัครทั้ง แผน 1 (เน้นทำงานวิจัยสร้างนวัตกรรม – By Research) และ แผน 2 (เรียนกระบวนวิชาควบคู่งานวิจัย) อีกทั้งยังมีหลักสูตรระยะสั้นออนไลน์ ผ่านระบบ Lifelong Education มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปเรียนออนไลน์เพื่อรับใบรับรอง (Certificate) และสามารถสะสมหน่วยกิตในระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อโอนมาศึกษาต่อในระดับปริญญาโทได้ในอนาคต.