เชียงใหม่ – ผบช.สอท. เดินทางตรวจเยี่ยม บก.สอท.4 พร้อมแถลงผลงาน ตร.ไซเบอร์ 4 ช่วยเหลือเหยื่อจากเครือข่ายหลอกอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โทรหลอกโอนเงินเสียหายสูญเกือบ 2 ล้านบาท





เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 14.30 น. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 (บก.สอท.4) ณ ที่ทำการ บก.สอท.4 (อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่) พร้อมทั้งร่วมกับ พล.ต.ต.กฤตธญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 และ พ.ต.อ.พุฒิพัฒน์ พนมชัยจิรกุล ผกก.4 บก.สอท.4 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวผลการปฏิบัติการ ตร.ไซเบอร์ช่วยเหลือเหยื่อโดนคนร้ายโทรหลอกอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ จนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินเสียหายสูญเงินเกือบ 2 ล้านบาท





การปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ใต้นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางออนไลน์ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จตช. ในฐานะ รอง ผอ.ศปอส.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. นำเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จนนำมาสู่ปฏิบัติการในครั้งนี้



สืบเนื่องจากวันที่ 25 ส.ค. 2568 ผู้เสียหายรายหนึ่งซึ่งพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลแม่กรณ์ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ถูกคนร้ายไซเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ของเทศบาล แจ้งว่าผู้เสียหายค้างชำระค่าที่ดิน จากนั้นได้ให้เพิ่มเพื่อนไลน์ปลอมในชื่อหน่วยงานราชการ พร้อมส่งเอกสารปลอมอ้างว่าผู้เสียหายมีสิทธิ์ได้รับเงินคืนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ก่อนหลอกให้กดรหัสยืนยันเพื่อ “รับเงินคืน” ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นการทำรายการโอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายเอง ผู้เสียหายถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีธนาคาร 3 บัญชี รวม 3 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 1,998,940 บาท เมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอกจึงเข้าแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ thaipoliceonline.go.th และคดีถูกส่งต่อให้ กก.4 บก.สอท.4 สืบสวนขยายผล



โดย พ.ต.อ.พุฒิพัฒน์ พนมชัยจิรกุล ผกก.4 บก.สอท.4 ได้สั่งการให้ทีมสืบสวนและทีมสอบสวนบูรณาการร่วมกัน สืบสวนติดตามคนร้ายและเงินของผู้เสียหาย ผลการสืบสวนและสอบสวนสามารถประสานงานให้ธนาคารอายัดเงินของผู้เสียหายได้ทัน จำนวน 2 ใน 3 บัญชี ก่อนมีการถอนเงินออกทำให้เงินส่วนใหญ่ยังคงอยู่ มีเพียงบัญชีที่ 3 ซึ่งคนร้ายสามารถถอนเงินสดออกไปได้สำเร็จผ่านสาขาธนาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.พัทยา จ.ชลบุรี และเมื่อสืบสวนขยายผลต่อไป จึงสามารถดำเนินคดีกับเจ้าของบัญชีที่ 3 คือ น.ส.วารีรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งทำหน้าที่เปิดบัญชีธนาคารและถอนเงิน โดยผ่านการควบคุมของบอสชาวจีน โดยกลุ่มเครือข่ายนี้มีการทำงานอย่างเป็นระบบ ทั้งผู้เปิดบัญชีม้า ผู้จัดหาบัญชี คนขับรถ ผู้ควบคุมการถอนเงินที่เป็นคนจีน ล่ามแปลภาษาจีน และหัวหน้าเครือข่ายชาวจีนที่ทำหน้าที่รับเงินและบงการทั้งขบวนการ ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนนี้ ทำให้สามารถขอศาลจังหวัดเชียงรายออกหมายจับผู้ต้องหา ได้จำนวน 6 ราย เป็นชาวไทย 4 ราย ชาวจีน 2 ราย



ซึ่งปัจจุบันสามารถจับกุมและดำเนินคดี ผู้ต้องหาชาวไทยได้เพิ่มเติม จำนวน 2 ราย โดยมีความเห็นสั่งฟ้องทั้งหมดเสนออัยการจังหวัดเชียงรายแล้ว ซึ่งพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง และยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดต่อศาลจังหวัดเชียงรายเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม จากกรณีข้างต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.4 ได้ประสานงานร่วมกับทางธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ กระทั่งสามารถอายัดเงิน จำนวน 1,499,960 บาท ที่ผู้เสียหายได้โอนไปยังบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาไว้ได้ทัน ซึ่งเจ้าของบัญชีธนาคารเองไม่ได้โต้แย้งในกรรมสิทธิ์ และยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งมอบเงินในบัญชีตามจำนวนดังกล่าวคืนให้แก่ผู้เสียหาย ส่วนผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลและติดตามจับกุมตัว



ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมครั้งนี้ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามคดี จึงได้ร่วมกันนำเงิน จำนวน 999,980 บาท จากธนาคารกสิกรไทย คืนให้แก่ผู้เสียหาย ตามโครงการ “MONEY Cash Back ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน” ณ บก.สอท.4 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยในส่วนเงินอีก จำนวน 499,980 บาท นั้น อยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินการประสานกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อนำเงินมาคืนให้แก่ผู้เสียหายในวาระต่อไป.