ข่าววาไรตี้ » งานแรกหลังรับตำแหน่ง ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ “ผวจ.ทศพล” เรียกถก ศบช.รับมือน้ำท่วม สั่งเข้ม 8 ข้อ รับมืออุทกภัย เฝ้าระวังท้ายน้ำ 24 ชั่วโมง เร่งอพยพกลุ่มเปราะบาง–ระดมเครื่องจักรช่วยประชาชน

งานแรกหลังรับตำแหน่ง ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ “ผวจ.ทศพล” เรียกถก ศบช.รับมือน้ำท่วม สั่งเข้ม 8 ข้อ รับมืออุทกภัย เฝ้าระวังท้ายน้ำ 24 ชั่วโมง เร่งอพยพกลุ่มเปราะบาง–ระดมเครื่องจักรช่วยประชาชน

1 ตุลาคม 2026
79   0

งานแรกหลังรับตำแหน่ง ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ “ผวจ.ทศพล” เรียกถก ศบช.รับมือน้ำท่วม สั่งเข้ม 8 ข้อ รับมืออุทกภัย เฝ้าระวังท้ายน้ำ 24 ชั่วโมง เร่งอพยพกลุ่มเปราะบาง–ระดมเครื่องจักรช่วยประชาชน

วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ สำนักงานชลประทานที่ 1 (SWOC1) ถนนทุ่งโฮเต็ล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเชียงใหม่ กรณีอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ปี 2569 ครั้งที่ 6/2570 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม

ในที่ประชุมดังกล่าว นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีข้อสั่งการสำคัญในการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย ทั้งหมด 8 ข้อ 1. ให้เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย ติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอำเภอท้ายน้ำ ให้ติดตามการระบายน้ำของเส้นทางน้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินปริมาณน้ำ และระยะเวลาที่มวลน้ำจะไหลเข้าสู่พื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ริมแม่น้ำ พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า เพื่อเตรียมรับมือได้อย่างทันท่วงที 2. ให้เตรียมกำลังและเครื่องจักรกลสาธารณภัย โดยบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย เครื่องมือ และยานพาหนะจากทุกหน่วยงาน ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ระดมเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มและชุมชนที่มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น รวมทั้งระดมรถสุขาเคลื่อนที่และห้องสุขา จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เพียงพอ พร้อมจัดวางกำลังพล และเครื่องจักรกลในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้าให้สามารถปฏิบัติงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากไม่เพียงพอให้ประสานศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเชียงใหม่ ฯ และหน่วยงานในพื้นที่สนับสนุนทันที

3. ให้ช่วยเหลือและอพยพประชาชน ให้ความสำคัญกับการรักษาชีวิตประชาชนเป็นอันดับแรก เร่งช่วยเหลือและอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการ 4. ให้ดูแลศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยผู้อำนวยการอำเภอ/ผู้อำนวยการท้องถิ่น พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ จัดเตรียมศูนย์พักพิงให้มีความพร้อม ทั้งที่พัก อาหาร น้ำดื่มสะอาด และสิ่งจำเป็นอย่างเพียงพอ หากขาดแคลนน้ำดื่ม ให้ประสานการประปาส่วนภูมิภาคเข้าดำเนินการโดยเร่งด่วน พร้อมดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างทั่วถึง 5. ให้รายงานสถานการณ์ ให้นายอำเภอ/ผู้อำนวยการอำเภอ และผู้อำนวยการท้องถิ่นติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และรายงานความคืบหน้าการบริหารจัดการอุทกภัย ผลกระทบ และการให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การสั่งการเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

6. การสื่อสารข้อมูลต่อสาธารณะ ให้ทุกหน่วยงานสื่อสารข้อมูลตามข้อเท็จจริงอย่างถูกต้องและเป็นเอกภาพ โดยรายงานข้อมูลสถานการณ์น้ำ สภาพอากาศ และผลกระทบต่อศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเชียงใหม่ ฯ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและป้องกันความสับสนจากข่าวปลอม 7. กรณีพื้นที่ที่ไฟฟ้าดับและการปล่อยกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ประสบอุทกภัย** ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก ส่วนการจัดหาน้ำสะอาด ขอให้การประปาส่วนภูมิภาคเร่งฟื้นฟูระบบประปาและจ่ายน้ำสะอาดให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย และ 8. การฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประสบภัย ให้อำเภอเร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม หากมีปัญหาหรืออุปสรรค ให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเร่งหาแนวทางแก้ไขโดยเร็ว

สำหรับข้อสั่งการทั้ง 8 ข้อ มุ่งให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การแจ้งเตือน การป้องกันและลดผลกระทบ การช่วยเหลืออพยพ การดูแลผู้ประสบภัย ไปจนถึงการฟื้นฟูและเยียวยา โดยยึดความปลอดภัยและชีวิตของประชาชนเป็นสำคัญ “เตือนภัยให้เร็ว ช่วยชีวิตให้ทัน ดูแลประชาชนให้ทั่วถึง และเร่งฟื้นฟูเยียวยาอย่างเป็นธรรม”

สำหรับด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ รายงานว่า สถานการณ์น้ำฝนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 – 4 ต.ค. จะมีฝนบ้างในบางพื้นที่ แต่ไม่มากเท่ากับวันที่ 5 – 7 ต.ค. ที่จะมีฝนตกลงมาหนักในพื้นที่ตอนบนของจังหวัดเชียงใหม่ เช่น อำเภอไชยปราการ ฝาง แม่อาย ซึ่งต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำฝนอย่างใกล้ชิด และมีการเตรียมพร้อมป้องกันในเรื่องของน้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ในพื้นที่..