ข่าววาไรตี้ » เชียงใหม่ – เรื่องเล่าจาก “จิ้นส้ม” สู่ “CMUB-N14” เมื่อวิจัย มช. เปลี่ยนภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นโพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยระดับสากล

เชียงใหม่ – เรื่องเล่าจาก “จิ้นส้ม” สู่ “CMUB-N14” เมื่อวิจัย มช. เปลี่ยนภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นโพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยระดับสากล

13 ตุลาคม 2026
67   0

เชียงใหม่ – เรื่องเล่าจาก “จิ้นส้ม” สู่ “CMUB-N14” เมื่อวิจัย มช. เปลี่ยนภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นโพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยระดับสากล

Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!

ใครจะคิดว่า “จิ้นส้ม” หรือแหนมหมักพื้นบ้านล้านนาที่เราคุ้นเคยกันดี จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบโพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยที่มีศักยภาพต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
อาหารหมักดั้งเดิมในชีวิตประจำวันอย่าง แหนม ผักดอง หรือเมี่ยง ไม่ได้เป็นเพียงมรดกทางวัฒนธรรมการกินที่สืบทอดกันมาหลายรุ่นเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ซึ่งรอการพิสูจน์ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพระดับสากล

ด้วยแนวคิดนี้ จากนักวิจัย มช. อาจารย์ ดร.พัฒนพงศ์ เถิดตะถา อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพทางอุตสาหกรรมเกษตร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ใช้เวลากว่า 4 ปี ในการคัดแยกและศึกษาจุลินทรีย์หลายร้อยสายพันธุ์จากอาหารหมักพื้นบ้านภาคเหนือ จนกระทั่งค้นพบจุลินทรีย์สายพันธุ์เด่นจาก จิ้นส้ม พร้อมตั้งชื่อจุลินทรีย์ที่ค้นพบว่า “Lactiplantibacillus plantarum CMUB-N14” ซึ่งรหัสสายพันธุ์นี้บอกเล่าเส้นทางที่มาอย่างชัดเจน CMU หมายถึง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, B (Biotechnology) สื่อถึงสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ ศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังการค้นพบ, N (แหนม/จิ้นส้ม) คือแหล่งกำเนิด และ 14 คือรหัสสายพันธุ์ที่ผ่านการวิจัยอย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ดี นักวิจัยได้เน้นย้ำข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ว่า “การรับประทานจิ้นส้มโดยตรงไม่ได้แปลว่าเราจะได้รับโพรไบโอติกสายพันธุ์นี้” เนื่องจากการได้มาซึ่งโพรไบโอติกที่บริสุทธิ์และปลอดภัยนั้น ต้องผ่านกระบวนการคัดแยกเป็นโคโลนีเดี่ยวและเพาะเลี้ยงศึกษาในห้องปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ แล้วเชื้อนี้มีอะไรน่าสนใจ? หนึ่งในคุณสมบัติเด่นที่นักวิจัยให้ความสนใจ คือความสามารถในการสร้าง กรดไขมันสายสั้น (Short-chain fatty acids) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของลำไส้และการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย อีกทั้งในการทดสอบระดับห้องปฏิบัติการ ยังพบศักยภาพในการจับกับคอเลสเตอรอลได้ถึง 65% ที่ระดับความเข้มข้นเซลล์ 9 log CFU นอกจากนี้ ตัวเชื้อยังแสดงกิจกรรมของเอนไซม์ Bile salt hydrolase (BSH) ซึ่งช่วยเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกรดน้ำดี ทำให้กรดน้ำดีบางส่วนถูกดูดซึมกลับลดลง ร่างกายจึงอาจนำคอเลสเตอรอลมาใช้ในการสร้างกรดน้ำดีทดแทน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกที่อาจช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ อาจารย์กำลังมองหา “จุลินทรีย์ตัวช่วย” ที่อาจมีส่วนสนับสนุนการทำงานของระบบลำไส้และกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย

อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิจัยกำชับชัดเจนว่า โพรไบโอติกไม่ใช่ยา และผลทดลองในห้องแล็บไม่ได้หมายถึงการรักษาโรคได้โดยตรง จึงยังต้องมีการศึกษาทางคลินิกเพื่อยืนยันประสิทธิผลในมนุษย์ต่อไป
เบื้องหลังงานวิจัยนี้ คือมุมมองใหม่ในการเลือกใช้โพรไบโอติกผ่าน “นิเวศวิทยาในลำไส้” (Gut Microbiome) แม้สังคมจะคุ้นเคยกับโพรไบโอติกสายพันธุ์นำเข้าจากต่างประเทศ แต่ระบบย่อยอาหารของเราเติบโตและปรับตัวตามโภชนาการแบบไทยมาตลอดชีวิต จุลินทรีย์ที่คัดแยกจากอาหารหมักพื้นบ้านจึงมีแนวโน้มทางชีวภาพในการปรับตัว (Fit in) และทำงานร่วมกับสภาพแวดล้อมทางเดินอาหารของเราได้อย่างสอดคล้อง
ที่สำคัญ โพรไบโอติกสายพันธุ์ CMUB-N14 ได้รับการพัฒนาและประเมินคุณสมบัติด้านความปลอดภัยและการเป็นโพรไบโอติก โดยอ้างอิงแนวทางสากลของ FAO/WHO และข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อรองรับการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยมีเลขสารบบอาหาร “13-1-10564-5-0019” นอกจากนี้ ยังมีการฝากเก็บรักษาสายพันธุ์ไว้ที่ ศูนย์ทรัพยากรชีวภาพแห่งประเทศไทย (Thailand Bioresource Research Center: TBRC) สวทช. (TRBC 19412) เพื่อรักษาเอกลักษณ์ของสายพันธุ์และสนับสนุนการตรวจสอบย้อนกลับ ตลอดจนการนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคต

การค้นพบครั้งนี้จึงไม่เพียงสร้างโอกาสในการลดการพึ่งพาการนำเข้าโพรไบโอติกจากต่างประเทศ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนา “โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทย” จากทรัพยากรจุลินทรีย์พื้นถิ่น สู่การสร้างผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีพื้นฐานจากงานวิจัยของไทย

เรื่องราวของ CMUB-N14 จึงไม่ได้เป็นเพียงการค้นพบ “เชื้อดี” ในจิ้นส้มเท่านั้น แต่คือขุมทรัพย์ทางชีวภาพที่พิสูจน์ว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่น + วิทยาศาสตร์ มช. + นวัตกรรม สามารถเปลี่ยนอาหารหมักพื้นบ้านใกล้ตัว ให้กลายเป็น “โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทย” ที่ผ่านการศึกษาอย่างเป็นระบบ ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อนำเข้า และยกระดับงานวิจัยไทยสู่นวัตกรรมโพรไบโอติกมาตรฐานสากลในอุตสาหกรรมอาหารสุขภาพ.

google.com, pub-8605152715646461, DIRECT, f08c47fec0942fa0 google.com, pub-6715657001187803, DIRECT, f08c47fec0942fa0