พุทธศาสนิกชนทั่วสารทิศ ร่วมทอดกฐินสามัคคี ณ พุทธมณฑลจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี ๒๕๖๙ ระดมทุนสนับสนุนสาธารณูปโภคและบำรุงรักษาพื้นที่ สืบสานพระพุทธศาสนาให้มั่นคงยั่งยืน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!




วันพฤหัสบดีที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลา ๑๔.๐๙ น. ณ พุทธมณฑลจังหวัดเชียงใหม่ หมู่ที่ ๑๘ บ้านโทกเสือ ตำบลดอยหล่อ อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศ ร่วมประกอบพิธีทอดกฐินสามัคคี ประจำปี ๒๕๖๙ โดยมีพระเถรานุเถระ เจ้าคณะอำเภอ ผู้แทนคณะสงฆ์ทั้ง ๒๕ อำเภอ คณะสายธรรมกฐิน ๓๐,๐๐๐ วัด จากวัดพระธรรมกาย ศรัทธาสาธุชน นายรัตน์ ปาละพงศ์ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้มีจิตศรัทธา เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก





สำหรับพุทธมณฑลจังหวัดเชียงใหม่แห่งนี้ คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ได้ดำเนินการก่อสร้างขึ้น ณ บ้านโทกเสือ อำเภอดอยหล่อ โดยได้รับความร่วมมือจากคณะสงฆ์ทั้ง ๒๕ อำเภอ ในเขตปกครองคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเป็นเจ้าภาพสนับสนุนการก่อสร้างถาวรวัตถุและพัฒนาพื้นที่ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางพระธรรมวินัย และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนในจังหวัดเชียงใหม่
ทั้งนี้ ในการประชุมคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๙ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ณ หอประชุมพุทธมณฑลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้จัดพิธีทอดกฐินสามัคคีขึ้น เพื่อรวบรวมปัจจัยสมทบค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค อาทิ ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการและบำรุงรักษาพื้นที่โดยทั่วไป ให้พุทธมณฑลจังหวัดเชียงใหม่สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและเกิดประโยชน์ต่อคณะสงฆ์และประชาชนโดยส่วนรวม
ภายในพิธีได้รับความเมตตาจากพระเถรานุเถระร่วมประกอบศาสนพิธี โดยมีพระเทพสิงหวราจารย์, ดร. รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวสัมโมทนียกถาและอนุโมทนาบุญแก่คณะเจ้าภาพและผู้ร่วมพิธี ขณะที่พระครูวรวรรณวิวัฒน์, ดร. เจ้าคณะอำเภอพร้าว ได้กล่าวถึงอานิสงส์แห่งการทอดกฐิน ส่วนพระครูอภิวัฒนวิกรม รองเจ้าคณะอำเภอดอยหล่อ ได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาและความเป็นมาของการดำเนินงานก่อสร้างพุทธมณฑลจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนที่มีศรัทธาในการสร้างศาสนสถานอันเป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา
ในการนี้ มีพระเถรานุเถระประกอบด้วย พระเทพสิงหวราจารย์, ดร. พระสุวรรณเมธี, ดร. พระราชปัญญาเวที พระวิมลมุนี, ดร. รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ พระภาวนาธรรมาภิรัช วิ. เจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ ตลอดจนเจ้าคณะอำเภอและผู้แทนคณะสงฆ์ทั้ง ๒๕ อำเภอ ร่วมอนุโมทนาในมหากุศลครั้งนี้อย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธา ความสามัคคี และความร่วมมือของพุทธศาสนิกชนทุกภาคส่วน
การทอดกฐินสามัคคีในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งพลังแห่งศรัทธาที่สะท้อนถึงความสามัคคีของคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนในการร่วมกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา สนับสนุนการดำเนินงานของพุทธมณฑลจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และเป็นสมบัติส่วนรวมที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมสืบไป
ขออานิสงส์แห่งบุญกุศลจากการทอดกฐินสามัคคีในครั้งนี้ จงเป็นพลวปัจจัยส่งผลให้เจ้าภาพ ผู้มีจิตศรัทธา และพุทธศาสนิกชนทุกท่าน พร้อมครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีความร่มเย็นเป็นสุข และมีความเป็นสิริมงคลตลอดไป.