ตำรวจ - ทหาร » เชียงใหม่ – ทลายรังคฤหาสน์หรูสารภี! ตำรวจภาค 5 บุกจับแก๊งสแกมเมอร์จีนเทา คาคอมพ์-มือถือเพียบ หลอกเพื่อนร่วมชาติสูญเงินมหาศาล

เชียงใหม่ – ทลายรังคฤหาสน์หรูสารภี! ตำรวจภาค 5 บุกจับแก๊งสแกมเมอร์จีนเทา คาคอมพ์-มือถือเพียบ หลอกเพื่อนร่วมชาติสูญเงินมหาศาล

8 มิถุนายน 2026
104   0

เชียงใหม่ – ทลายรังคฤหาสน์หรูสารภี! ตำรวจภาค 5 บุกจับแก๊งสแกมเมอร์จีนเทา คาคอมพ์-มือถือเพียบ หลอกเพื่อนร่วมชาติสูญเงินมหาศาล

ปฏิบัติการจู่โจมทลายแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.30 น. ของวันที่ 8 มิถุนายน 2569 โดย พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (PCT) ร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ นำหมายค้นจากศาลจังหวัดเชียงใหม่เข้าตรวจสอบคฤหาสน์หรูจำนวน 2 หลัง ภายในหมู่บ้านชื่อดังในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากได้รับแจ้งเบาะแสว่าสถานที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ชาวจีน

ผลการตรวจค้นบ้านหลังแรก เลขที่ 151/14 พบกลุ่มผู้ต้องหาชาวจีนกำลังนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือเพื่อประสานงานหลอกลวงเหยื่ออยู่ เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนได้ทั้งหมด 10 คน เป็นชาย 9 คน และหญิง 1 คน พร้อมยึดของกลางเป็นคอมพิวเตอร์ 10 เครื่อง และโทรศัพท์มือถืออีกกว่า 45 เครื่อง ซึ่งภายในคอมพิวเตอร์พบบัญชีรายชื่อฐานลูกค้าชาวจีนที่ตกเป็นเป้าหมายหลายหมื่นคน พร้อมหลักฐานการพูดคุยหลอกลวงให้ทำประกันในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการหลอกเรื่องรับ-ส่งพัสดุ นอกจากนี้เมื่อเข้าตรวจค้นบ้านหลังที่สอง เลขที่ 151/74 พบตัวบุคคลต่างด้าวเพิ่มเติมอีก 5 คน เป็นชายชาวจีน 1 คน ชายชาวเมียนมา 3 คน และหญิงชาวเมียนมาอีก 1 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานะและพฤติการณ์ความผิดเพิ่มเติม

จากการสอบสวนเชิงลึกพบว่า แก๊งจีนเทากลุ่มนี้เข้ามาพำนักในประเทศไทยได้ประมาณ 2-3 เดือน โดยเช่าคฤหาสน์หรูทั้งสองหลังในราคาสูงถึงเดือนละ 70,000 บาท และ 100,000 บาท เพื่อใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการ โดยกลุ่มพนักงานจะได้รับเงินเดือนคนละ 50,000 บาท จ่ายผ่านระบบคริปโตเคอร์เรนซีเข้าบัญชีของแต่ละคนโดยตรง รูปแบบการทำงานจะเน้นหลอกลวงชาวจีนทั้งที่อาศัยอยู่ในประเทศจีนและในประเทศไทย โดยเฉพาะการหลอกทำประกันภัยและบริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาบางส่วนอยู่เกินกำหนดเวลา (Overstay) และบางส่วนเดินทางเข้ามาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว โดยมีหัวหน้าขบวนการหรือ “บอสใหญ่” สั่งการโดยตรงมาจากประเทศจีน ด้านข้อมูลจากนิติบุคคลของหมู่บ้านระบุว่า บ้านทั้งสองหลังนี้เดิมเป็นของชาวต่างชาติก่อนจะมีคนไทยซื้อต่อไปปรับปรุงเพื่อปล่อยเช่า ซึ่งกลุ่มผู้เช่าชาวจีนมีพฤติกรรมน่าสงสัย โดยสั่งห้ามเจ้าของบ้านเข้ามาตรวจตราหากไม่แจ้งล่วงหน้า 1 สัปดาห์ อีกทั้งเจ้าหน้าที่เก็บขยะยังสังเกตเห็นว่าคนในบ้านไม่หลับไม่นอนในช่วงตี 3 ถึงตี 4 ส่งเสียงดังเอะอะ และมีการซื้ออาหารแห้งไปกักตุนไว้จำนวนมากจนผิดสังเกต กระทั่งนำไปสู่การจับกุมในที่สุด

ในส่วนของการดำเนินคดี พ.ต.ท.ชัยยะ จันติ๊บ พนักงานสอบสวน สภ.สารภี ได้ลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานและยึดเอกสารจำนวนมากไว้เป็นหลักฐานเพื่อทำสำนวนส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดในข้อหาหนัก คือ “อั้งยี่ ซ่องโจร และฉ้อโกง” ในเบื้องต้น พร้อมทั้งได้ประสานไปยังสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่เพื่อรายงานการจับกุมอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากคดีนี้เป็นที่สนใจของสังคมและมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก ทำให้มีผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศอย่างเอพี (AP) เดินทางมาร่วมเกาะติดสถานการณ์และทำข่าวการทลายแก๊งสแกมเมอร์ครั้งนี้ด้วย โดยทางตำรวจภูธรภาค 5 จะทำการสืบสวนขยายผลและประสานข้อมูลเชิงลึกกับทางการจีนเพื่อขุดรากถอนโคนขบวนการนี้ต่อไป.