มศว.ผนึกเอกชนเปิดตัว “Alz@sense” ตรวจเสี่ยงอัลไซเมอร์จากน้ำลาย ไม่ต้องเจาะเลือด หวังช่วยคนไทยลดความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น วิจัยพบ 100 คน เสี่ยงสูง 84 คน คว้า 3 รางวัลระดับโลก อนาคตผลักดันชุดตรวจถึงโรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ


รองศาสตราจารย์ ดร.ธงชัย แก้วพินิจ หัวหน้าศูนย์เพื่อความเป็นเลิศทางการวิจัยด้านนวัตกรรมทางการแพทย์และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พร้อมด้วย นายเจษฎา ณ ปลอด ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอฟฟิโนม จำกัด และนายสุรกิจ กุนอก กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอฟฟิโนม จำกัด ร่วมกันเปิดตัวนวัตกรรม “อัลแอดเซนส์ (Alz@sense)” ชุดตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์จากน้ำลาย ภายในงาน Thailand Medical Wellness Expo 2026 โดยมีเป้าหมายผลักดันนวัตกรรมการแพทย์และบริการด้านสุขภาพฝีมือคนไทยสู่การใช้งานจริง พร้อมต่อยอดสู่ตลาดระดับสากล ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานระดับโลก การันตีด้วย 3 รางวัลเกียรติยศจากงานแสดงสินค้านวัตกรรมนานาชาติ “2025 Seoul International Invention Fair” (SIIF 2025) ณ COEX Convention & Exhibition Center กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี


รองศาสตราจารย์ ดร.ธงชัย แก้วพินิจ หัวหน้าศูนย์เพื่อความเป็นเลิศทางการวิจัยด้านนวัตกรรมทางการแพทย์และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า โรคอัลไซเมอร์ ถือเป็นภัยคุกคามในชีวิตของคนเราโดยไม่รู้ตัว และยังไม่มียารักษา ส่วนใหญ่แล้วโรคอัลไซเมอร์ จะต้องเริ่มตรวจคัดกรองตั้งแต่คนที่อายุ 40 ปี ขึ้นไป เพื่อเตรียมการป้องกัน เพราะเป็นวัยทำงานที่ใช้สมองและร่างกายทำงานอย่างหนัก รวมถึงการใช้ชีวิตทั้งการกิน ดื่มต่างๆ ด้วย แต่พอถึงช่วงที่อายุมากขึ้น ก็เสี่ยงที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ กลายเป็นภาระของลูกหลาน ที่ต้องคอยดูแล ต้องมีคนเฝ้า โรคอัลไซเมอร์เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพสำคัญของสังคมผู้สูงอายุ และมักถูกตรวจพบเมื่อโรคเริ่มส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตแล้ว ทำให้การคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง


ปัจจุบันการตรวจประเมินความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ส่วนใหญ่ต้องอาศัยการเจาะเลือดและการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ประมาณ 5,000 บาท ไปจนถึง 30,000 – 50,000 บาท สำหรับการตรวจเชิงลึก จึงเป็นข้อจำกัดในการเข้าถึงของประชาชนจำนวนมาก บางรายคิดว่า เสียเงินจำนวนมาก และตอนนี้สุขภาพยังแข็งแรง ก็ยังไม่จำเป็นที่จะต้องตรวจ จากการศึกษาวิจัยต่อเนื่องนานกว่า 1 ปี คณะนักวิจัยพบว่า ในน้ำลายของมนุษย์มี “โปรตีนอะไมลอยด์ (Amyloid Protein)” ซึ่งเป็นสารชีวภาพที่สามารถนำมาใช้ประเมินความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ได้ จึงนำไปสู่การพัฒนาชุดตรวจ Alz@sense เพื่อใช้เป็นเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้นที่สะดวก รวดเร็ว และลดความยุ่งยากจากการเจาะเลือด ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวก ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย และมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นชุดตรวจ ณ จุดดูแลผู้ป่วย (Point-of-Care Testing) ในอนาคต
ผลการวิจัยเบื้องต้นเมื่อเปรียบเทียบผลตรวจจากชุดคัดกรองกับผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบว่ามีความสอดคล้องกันในระดับที่น่าพอใจ โดยจากกลุ่มตัวอย่าง 100 คน พบผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงจำนวน 84 คน ซึ่งผู้ที่มีผลคัดกรองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงจะได้รับคำแนะนำให้เข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมกับแพทย์เฉพาะทาง รวมถึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต การบริโภคอาหาร และการดูแลสุขภาพ เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคในอนาคต เป้าหมายต่อไปคือการผลักดันให้ชุดตรวจ Alz@sense สามารถเข้าถึงโรงพยาบาลชุมชนและหน่วยบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนได้รับการคัดกรองความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประชาชนอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งถือเป็นช่วงวัยที่ควรเริ่มเฝ้าระวังและดูแลสุขภาพสมองอย่างจริงจัง
นายเจษฎา ณ ปลอด ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอฟฟิโนม จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ร่วมมือกับสำนักนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในการพัฒนานวัตกรรม “อัลแอดเซนส์ (Alz@sense)” เทคโนโลยีต้นแบบในการตรวจคัดกรองโรคอัลไซเมอร์จากน้ำลาย ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของ รศ.ดร.ธงชัย แก้วพินิจ หัวหน้าศูนย์เพื่อความเป็นเลิศทางการวิจัยด้านนวัตกรรมทางการแพทย์และสิ่งแวดล้อม โดยนวัตกรรมดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การคัดกรองความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ในระยะเริ่มต้นได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยผ่านการตรวจวิเคราะห์จากน้ำลาย ช่วยลดขั้นตอนความยุ่งยากในการเจาะเลือด และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการดูแลรักษาของผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที
“ถือเป็นความภาคภูมิใจในการยกระดับศักยภาพงานวิจัยและนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยที่พร้อมขับเคลื่อนสู่เชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง เราไม่ได้ต้องการสร้างเพียงเซ็นเซอร์หนึ่งชิ้น แต่เราต้องการสร้างโอกาสให้ประชาชนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ผู้สูงอายุได้เข้าถึงการตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ได้ง่ายขึ้น เพื่อการดูแลตนเองและเก็บรักษาความทรงจำให้ได้ยาวนานที่สุด ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นโดยนักวิจัยไทย เพื่อคนไทย และพร้อมก้าวสู่ระดับสากล”


นายสุรกิจ กุนอก กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอฟฟิโนม จำกัด กล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้บริษัทฯ ได้นำนวัตกรรมดังกล่าวมาแสดงและเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Thailand Medical Wellness Expo 2026 ซึ่งได้รับความสนใจจากกลุ่มประชาชนเป็นอย่างดี เนื่องจากความโดดเด่นของนวัตกรรมดังกล่าวที่ได้รับการการันตีคุณภาพจากเวทีระดับโลกด้วยการคว้ารางวัลใหญ่ถึง 3 รางวัลจากงานแสดงสินค้านวัตกรรมนานาชาติ “2025 Seoul International Invention Fair” (SIIF 2025) ณ COEX Convention & Exhibition Center กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี โดยรางวัลที่ได้รับประกอบด้วย รางวัล WIPO National Award for Inventors จากองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก , รางวัลเหรียญเงิน (Silver Medal) จากเวที SIIF 2025 และรางวัล NRCT Special Award จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) รางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงความสำเร็จในการผสานศักยภาพระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรมเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมการแพทย์ไทยสู่มาตรฐานสากล
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีเป้าหมายในการพัฒนาแพลตฟอร์มไบโอเซ็นเซอร์ สำหรับตัวบ่งชี้ทางชีวภาพหลายชนิด เพื่อเพิ่มความแม่นยำของการตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ ไม่ได้จำกัดเพียง Amyloid-beta เพียงตัวเดียว แต่ยังต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีตรวจคัดกรองโรคสำคัญ เช่น มะเร็ง วัณโรค โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และโรคติดเชื้ออื่น ๆ โดยมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมที่ตรวจได้รวดเร็ว ใช้งานง่าย และเหมาะสำหรับการใช้งานจริงในระบบสาธารณสุข และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจที่มีคุณภาพได้มากขึ้น หวังว่าผลงานวิจัยของคนไทยจะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับสังคม ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการตรวจวินิจฉัย และต่อยอดสู่การพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่แข่งขันได้ในระดับนานาชาติ.